เรื่องเด่น เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอังคารที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 17 กุมภาพันธ์ 2026 at 16:22.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    23,895
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,029
    ค่าพลัง:
    +26,860
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอังคารที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙


     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    23,895
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,029
    ค่าพลัง:
    +26,860
    วันนี้ตรงกับวันอังคารที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๙ กระผม/อาตมภาพไปร่วมทำวัตรเช้า ตลอดจนกระทั่งเจริญพระกรรมฐาน กับผู้เข้าฝึกซ้อมอบรมเพื่อสอบความรู้เป็นพระอุปัชฌาย์ ประจำปี ๒๕๖๙ ในเขตปกครองคณะสงฆ์ภาค ๑๔ ที่ศูนย์ปฏิบัติธรรมวัดบางช้างเหนือ ตำบลคลองใหม่ อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม

    เมื่อเจริญพระกรรมฐานแล้ว ก็ได้ให้โอวาทกับทุกรูปว่า คำว่า "พระอุปัชฌาย์" นั้น แปลความหมายหนึ่งว่า "ผู้เพ่งดูโดยตระหนัก" อันดับแรกก็คือตรวจดูคุณสมบัติของกุลบุตรที่จะมาบรรพชาอุปสมบท ให้ครบถ้วนถูกต้องตามพระธรรมวินัย และไม่ผิดกฎหมายบ้านเมือง

    อันดับที่สอง ตรวจตราควบคุมดูการอุปสมบทให้เป็นไปโดยถูกต้องตามพระธรรมวินัย

    แต่ว่าหลังจากนั้นแล้ว หน้าที่ของเราก็คือปกครอง ดูแล สั่งสอน ให้การศึกษา ตลอดจนกระทั่งออกหนังสือสุทธิยืนยันการบรรพชาอุปสมบทแก่กุลบุตรนั้น ๆ ตลอดจนกระทั่งควบคุมการย้ายสังกัดของบรรดาสัทธิวิหาริกที่พรรษายังไม่พ้น ๕

    แต่ว่าสิ่งหนึ่งที่เรามักจะพิจารณาหรือเพ่งดูอย่างไรก็ไม่ถึง ได้แก่ประเภทที่ ๑ บรรดาคนโกงที่ตั้งใจจะบวชเข้ามา สามารถที่จะดัดจริตเป็นคนดีต่อหน้าเราได้ จนกระทั่งบวชสำเร็จเป็นพระภิกษุขึ้นมา แล้วหลังจากนั้นจึงได้ออกลาย ว่ายากสอนยาก ถ้าเป็นบุคคลประเภทนี้ ควรที่จะจับสึกให้หมด จะได้ไม่เหลือเอาไว้ทำให้พระพุทธศาสนาเสื่อมเสีย..!

    ประเภทที่ ๒ ก็คือบรรดาผู้ชายเรียบร้อย ซึ่งจริตกิริยาออกไปทางผู้หญิง ถ้าเป็นวัดท่าขนุนของกระผม/อาตมภาพ อนุญาตให้บวชได้ เนื่องเพราะว่าสภาพร่างกายของท่านเป็นชายโดยครบถ้วนสมบูรณ์ แต่ว่าจะมีข้อตกลงกันว่า "เก็บอาการให้อยู่ ถ้าหากว่าเก็บอาการไม่อยู่เมื่อไร ต้องสึกสถานเดียวเท่านั้น..!" เพราะว่าถ้าอยู่ต่อไปเมื่อไร ก็จะสร้างความเสียหาย หรือความเสื่อมศรัทธาแก่ผู้ที่พบเห็น
     
  3. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    23,895
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,029
    ค่าพลัง:
    +26,860
    ประเภทสุดท้ายคือบุคคลที่มีจิตวิปริต ถ้าไม่ได้อยู่ร่วมกันนาน ๆ ก็จะไม่รู้ว่าเขามีจริตนิสัยเป็นอย่างนั้น ตัวกระผม/อาตมภาพเคยให้การอุปสมบทไปแล้ว ปรากฏว่าเวลาดึก ๆ ไปเที่ยวไล่เคาะประตูของพระภิกษุรูปอื่น ซึ่งหน้าตาเป็นที่ต้องตาต้องใจของท่าน

    กระผม/อาตมภาพจับผิดได้ก็เรียกตัวมาสอบสวน แต่ท่านเองปฏิเสธ บอกว่าคนอื่นกล่าวหาท่าน กระผม/อาตมภาพจึงต้องให้พระเจ้าหน้าที่ ดึงเอารูปของท่านในกล้องวงจรปิดออกมายืนยัน เนื่องเพราะว่าวัดท่าขนุนนั้นมีกล้องวงจรปิดอยู่ ๕๐ ตัว ซึ่งได้ช่วยราชการทางตำรวจบ่อยมาก สาเหตุเพราะว่าถ้ามีคนก่อคดีแล้วหนีข้ามฝั่งมาทางฝั่งท่าขนุน ก็มักจะปรากฏภาพอยู่ในกล้องวงจรปิดของทางวัด ทำให้สามารถช่วยราชการตำรวจได้หลายต่อหลายครั้ง เมื่อท่านเห็นดังนั้นก็ยอมรับว่ากระทำจริง ๆ แต่พอให้ไปเอาเสื้อผ้ามาเพื่อสึกหาลาเพศ ท่านกลับหนีไปเสียก่อน..!

    หลังจากนั้นไม่นาน ก็มีเจ้าคณะอำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง โทรศัพท์มาถึงกระผม/อาตมภาพ แจ้งว่าพระภิกษุชื่อนั้น ฉายานั้น ได้ไปอาสาเป็นพี่เลี้ยงในงานบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน แล้วทำการล่วงละเมิดสามเณร ยังโชคดีว่าสามเณรโวยวายขึ้นมาก่อน จึงทำให้สามารถจับตัวเอาไว้ได้ ตอนนี้อยู่ภายใต้การควบคุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ มีพยานหลักฐานชัดเจนมาก หลวงพ่อจะให้ทำอย่างไร ?

    กระผม/อาตมภาพแจ้งว่าให้ลาสิกขาไปเลย ไม่ต้องเกรงใจ เนื่องเพราะว่าบรรดาท่านที่เป็นพระอุปัชฌาย์ด้วยกัน ส่วนใหญ่ก็จะมีความเกรงใจ รู้ว่าเป็นสัทธิวิหาริกที่ผู้ใดบวชให้ ก็จะติดต่อมาสอบถามวิธีการจัดการเสียก่อน

    พระอุปัชฌาย์บางรายรักลูกศิษย์มาก ถึงขนาดขอรับตัวกลับไป แล้วอีกไม่นานก็ออกลาย ไปอาละวาดในที่ใหม่ต่อไปก็มี กระผม/อาตมภาพเจอพระอุปัชฌาย์ประเภทนี้มาแล้ว แต่ว่ารายนั้นเมื่ออนุญาตให้หลวงพ่อเจ้าคณะอำเภอแม่ทะทำการสึกหาลาเพศไป อีกไม่นานก็ไปอุปสมบทใหม่อยู่ทางด้านจังหวัดชลบุรี แล้วก็เข้าไปเรียนอยู่ในวิทยาลัยสงฆ์เสียด้วย ไม่ทราบเหมือนกันว่ามีบุคคลที่ถูกตาต้องใจท่านอยู่ที่นั่นหรือไม่ ?
     
  4. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    23,895
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,029
    ค่าพลัง:
    +26,860
    เรื่องพวกนี้ ต่อให้พระอุปัชฌาย์เป็น "ผู้เพ่งดูโดนตระหนัก" อย่างไรก็ตาม ก็ย่อมดูไปไม่ถึงจริตนิสัยหรือสันดานภายในที่แท้จริงของเขา ต้องมาตามแก้ไขปัญหากันทีหลัง แม้ว่ากระผม/อาตมภาพจะมีความเด็ดขาดขนาดไหนก็ตาม แต่เวลาเจอคนโกงเข้า บางทีก็จับไม่ได้ไล่ไม่ทันเหมือนกัน ยังดีที่ว่าท่านไปจนมุมต่อหลักฐานในที่อื่น แล้วก็ได้เจ้าของพื้นที่ท่านเมตตาช่วยจัดการให้ จึงขอฝากข้อคิดไว้ให้กับ "ว่าที่พระอุปัชฌาย์" ทั้งหลาย ในการที่ท่านจะไปบริหารจัดการสัทธิวิหาริกของตน เมื่อสอบผ่านได้รับตราตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์ไปแล้ว

    เมื่อปล่อยท่านไปทำธุระส่วนตัวและฉันเช้ากันเรียบร้อยแล้ว ก็มาเข้าการซักซ้อมพิธีอุปสมบทกรรมภาคปฏิบัติ แต่ละรูปต้องจับสลากว่าใครรับหน้าที่อะไร ? อย่างเช่นว่าท่านไหนเป็นพระอุปัชฌาย์ ท่านไหนเป็นคู่สวด ท่านไหนเป็นพระอันดับ ท่านไหนเป็นเจ้านาค ท่านใดเป็นพ่อแม่ของนาค มีกระทั่งผู้ที่เป็นทายกหรือว่าพิธีกรอีกด้วย

    เมื่อควบคุมการซักซ้อมพิธีอุปสมบทกรรมภาคปฏิบัติไปจน ๙ โมงเช้า กระผม/อาตมภาพก็กราบขออนุญาตต่อพระเดชพระคุณพระราชวชิรโมลี (สมชาย พุทฺธญาโณ ป.ธ. ๗) รักษาการเจ้าคณะภาค ๑๔ เรียนถวายท่านว่า มีนัดกับพระเดชพระคุณหลวงพ่อพระพรหมดิลก (เอื้อน หาสธมฺโม ป.ธ. ๙, Ph.D.) ไว้ที่วัดสามพระยา วรวิหาร ขออนุญาตเดินทางไปพบท่านก่อน

    เมื่อเดินทางมายังไม่ทันจะถึง พรรคพวกก็ส่งไลน์บ้าง โทรศัพท์บ้าง สอบถามว่า "ท่านประธานอยู่ที่ไหน ?" จึงต้องส่งกูเกิ้ลแม็พไปให้ดูว่าอีก ๑๐ กว่านาทีจะไปถึง โปรดใจเย็น ๆ รอก่อน..!

    ครั้นเมื่อไปถึงแล้ว ก็หอบข้าวของที่ตั้งใจจะนำไปถวายพระเดชพระคุณหลวงพ่อพระพรหมดิลกลงจากรถ ปรากฏว่าอันดับแรกเลย ทิดหยวก (นายบุญรวย ดิษฐบรรจง) ซึ่งรู้จักมักคุ้นกันมาเกิน ๓๐ ปีแล้ว พรวดพราดเข้ามายัดเงินให้ ตามมาด้วยบุคคลอีกหลายคน แล้วลูกพี่ของทิดหยวก ก็คือท่านพระครูสามารถ (พระครูขันติวรานุสิฐ) เจ้าอาวาสวัดน้อย (หลวงพ่อเนียม) เจ้าคณะตำบลโคกคราม เขต ๒ จังหวัดสุพรรณบุรี มายัดพระใส่มือมาองค์หนึ่ง บอกว่า "พิมพ์ผาลไถครับ" กระผม/อาตมภาพก็ได้แต่ถอนใจ รับเอาไว้พลางนึกในใจว่า "ทั้งลูกพี่ลูกน้องก็ชิงเอาบุญก่อนทั้งนั้น..!"
     
  5. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    23,895
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,029
    ค่าพลัง:
    +26,860
    เมื่อเข้าไปนั่งรออยู่พักหนึ่ง พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระพรหมดิลกก็ออกจากห้องพักมาต้อนรับ พวกเราถวายสักการะ ถวายปัจจัยไทยธรรมแล้ว ท่านก็ชวนคุยไปสารพัดเรื่อง แต่ด้วยความที่พระเดชพระคุณท่านจบปริญญาเอกมาจากประเทศอินเดีย หลายอย่างที่ท่านคุยจึงทำให้กระผม/อาตมภาพต้องแปลเป็นภาษาไทยให้กับเพื่อนฝูงได้ฟังอีกด้วย คุยไปคุยมาจนท่านถามว่าเป็นด็อกเตอร์เหมือนกันใช่ไหม ? ทำเอาพรรคพวกเริ่มฮากัน บอกว่า "ตอนนี้เป็นรองศาสตราจารย์ด็อกเตอร์ครับ"

    ส่วนที่นั่งอยู่ตรงหน้าหลวงพ่อนั่นก็คือพระวชิรวาที, ผศ.ดร. (กล้า วีรรตโน) รองเจ้าคณะอำเภอเมืองเพชรบุรี เจ้าอาวาสวัดมหาธาตุ วรวิหาร

    ส่วนด้านข้างนั่นก็คือท่านเจ้าคุณพระวชิรปัญญากร (เชาวลิตร ชิตงฺกุโร) เจ้าอาวาสวัดป่าประดู่ (พระอารามหลวง) เจ้าคณะอำเภอเมืองระยอง ซึ่งเคยเป็นเจ้าของที่ตั้งวิทยาลัยสงฆ์ระยองด้วย ท่านถึงได้เข้าใจว่าพวกเราแทบทั้งหมดนั้น จริง ๆ แล้วเป็นบุคลากรทางการศึกษาทั้งนั้น

    แล้วหลวงพ่อท่านก็ปรารภในเรื่องของการที่พระสมัครสอบนักธรรมชั้นโท - ชั้นเอก แล้วขาดสอบเป็นจำนวนมาก ว่าให้ช่วยกันหาวิธี ทำอย่างไรไม่ให้พระขาดสอบ กระผม/อาตมภาพกราบเรียนท่านว่า "สมัยนี้ทัศนคติในการเรียนของพระภิกษุสามเณรเปลี่ยนไปมากครับ ท่านไม่ได้เรียนเพื่อให้รู้ ไม่ได้เรียนรู้เพื่อไปสั่งสอนคนอื่น แต่ท่านเรียนเพื่อให้จบ มีคุณสมบัติพอที่จะรับตำแหน่งโน้นตำแหน่งนี้เท่านั้น"

    พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระพรหมดิลกจึงได้บ่นว่า "มิน่าล่ะ..บางคนจบปริญญาโทมาแล้ว ถามอะไรก็ตอบไม่รู้เรื่องสักอย่างหนึ่ง" กระผม/อาตมภาพจึงกราบเรียนท่านไปว่า "เรื่องนี้กระผม/อาตมภาพบ่นปากเปียกปากแฉะมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว แต่ว่านิสัยของคนสมัยนี้ค่อนข้างจะมักง่าย เรียนขอให้ได้จบ มีความรู้หรือไม่มีก็ไม่เป็นไร เนื่องเพราะว่ามีคุณสมบัติที่ทางตำแหน่งหน้าที่เขาต้องการครบถ้วน ก็เป็นอันว่าใช้ได้" ทำเอาพระเดชพระคุณท่านถึงขนาดถอนใจใหญ่
     
  6. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    23,895
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,029
    ค่าพลัง:
    +26,860
    เมื่อคุยกันยันเพล ท่านก็ได้ถวายภัตตาหารเพลให้แก่คณะของกระผม/อาตมภาพด้วย ฉันเพลไปก็คุยกันไปจนกระทั่งอิ่มทั้งคาวทั้งหวาน ท่านก็ยังคุยอยู่พักใหญ่ ก่อนที่จะบอกว่า "พวกท่านมีงานอะไรกันหรือเปล่า ? ผมเองตอนนี้เป็นคนตกงาน มีแค่ตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสามพระยา วรวิหาร กับรองแม่กองธรรมสนามหลวงในเขตปกครองคณะสงฆ์หนกลางเท่านั้น"

    กระผม/อาตมภาพกราบเรียนท่านว่า "ผมตกงานหนักกว่าหลวงพ่ออีก เป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดกาญจนบุรี ถ้าหากว่าเจ้าคณะจังหวัดท่านไม่ปรึกษาก็ว่างงานเลยครับ..!" ทำเอาทุกคนหัวเราะเฮฮากันในวงข้าว

    ครั้นให้พรแล้ว ก็กราบขออนุญาตลาท่านออกมา เนื่องเพราะว่าพรุ่งนี้ยังจะต้องไปเพื่อสนับสนุนสนามในการสอบอบรมพระอุปัชฌาย์ทั่วประเทศของวัดสามพระยา วรวิหาร แต่เช้ามืดอีก ครั้นเดินทางถึงที่พักแล้วก็ยังอยู่นิ่งไม่ได้ เนื่องเพราะว่าจะต้องเตรียมข้าวของต่าง ๆ สำหรับไปผจญภัยที่ประเทศญี่ปุ่น จึงต้องมานั่งบันทึกเสียงธรรมจากวัดท่าขนุนเสียก่อน จากนี้แล้วถึงจะได้จัดข้าวของลงกระเป๋ากันต่อไป

    สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
    วันอังคารที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๙
    (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...