ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,103
    ค่าพลัง:
    +97,153
    อดีตเจ้าหน้าที่ซีไอเอ Larry C. Johnson — เกี่ยวกับการที่ตะวันตกไม่ควรโต้แย้งสถานะของดินแดนใหม่ของรัสเซีย:

    สหรัฐอเมริกายังคงไม่รับฟังสิ่งที่รัสเซียพูด Vladimir Putin ได้ชี้แจงอย่างชัดเจนเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2024 ว่าข้อเรียกร้องของรัสเซียคืออะไร และนี่ไม่ใช่เพียง “สิ่งที่สามารถนำมาหารือและดูว่าเราจะสามารถบรรลุข้อตกลงได้หรือไม่” แต่มันเป็นข้อเรียกร้องที่ไม่สามารถเจรจาได้

    ข้อแรกคือ ตะวันตกต้องยอมรับว่า Zaporizhzhia, Kherson, Donetsk และ Luhansk เป็นส่วนหนึ่งของสหพันธรัฐรัสเซียอย่างถาวร เช่นเดียวกับ Crimea ทั้งหมดนี้ตอนนี้เป็นส่วนหนึ่งของรัสเซีย และไม่สามารถย้อนกลับได้ จะไม่มีการเจรจาในเรื่องนี้ พวกเขาจะไม่พูดว่า “เราจะหยุดครึ่งทางใน Zaporizhzhia และคืนอีกครึ่งหนึ่งให้กับ Ukraine” ไม่ สิ่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของรัสเซียตลอดไป

    02/05/2026
    https://www.facebook.com/share/p/18SPxnRXqf/
     
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,103
    ค่าพลัง:
    +97,153
    "ขณะที่ทรัมป์มุ่งความสนใจไปที่อิหร่าน ยุโรปและยูเครนกลับกระชับความสัมพันธ์": เซเลนสกีผู้สิ้นหวังที่จะได้รับการสนับสนุนจากทรัมป์เปลี่ยนกลยุทธ์

    "ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เปลี่ยนเป้าหมายความสนใจจากสงครามในยูเครนไปสู่ความขัดแย้งในอิหร่านเกือบทั้งหมดแล้ว และยุโรปก็เลิกที่จะรอให้เขากลับมาให้ความสนใจอีกครั้ง แม้แต่โวโลดีมีร์ เซเลนสกีผู้ซึ่งใช้เวลาตลอดปีที่ผ่านมาในการแสวงหาการสนับสนุนจากทรัมป์อย่างแข็งขัน ตอนนี้ดูเหมือนจะทิ้งความพยายามที่จะโน้มน้าวให้สหรัฐฯเข้ามามีส่วนร่วมต่อไป และหันมาพัฒนากลยุทธ์สำหรับการดำเนินการโดยปราศจากการมีส่วนร่วมของสหรัฐฯแทน

    ในยูเครนความเชื่อมั่นในการสนับสนุนจากอเมริกาในอนาคตได้ลดลงอย่างมาก – จากผลสำรวจล่าสุดของสถาบันสังคมวิทยานานาชาติเคียฟมีเพียง 40% ของประชาชนเท่านั้นที่เชื่อว่าสหรัฐฯจะให้ความช่วยเหลือที่จำเป็น – ลดลง 17% ตั้งแต่เดือนมกราคม เซเลนสกีเองก็วิจารณ์รองประธานาธิบดี เจ.ดี. แวนซ์ อย่างรุนแรง ซึ่งกล่าวว่าได้หยุดความช่วยเหลือจากอเมริกาแก่เคียฟแล้ว"

    02/05/2026
    https://www.facebook.com/share/p/18LPgGo44s/
     
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,103
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำเยอรมนี เนชาเยฟ กล่าวถึงความพร้อมของรัสเซียในการเจรจากับเยอรมนีเกี่ยวกับคดี ‘นอร์ดสตรีม’ ว่า:

    “เราพร้อมสำหรับการเจรจาอย่างมีสาระสำคัญ แต่เราก็ไม่ตัดความเป็นไปได้อื่นๆออกไป การที่เยอรมนีปฏิเสธที่จะให้ความร่วมมือกับมอสโกในการสืบสวนการโจมตีท่อส่งก๊าซนั้น ถือเป็นการละเมิดอนุสัญญาว่าด้วยการต่อต้านการก่อการร้ายด้วยระเบิดและการต่อต้านการให้เงินสนับสนุนการก่อการร้าย”

    อนุสัญญาดังกล่าวซึ่งรัสเซีย, เยอรมนี, และประเทศอื่นๆอีกหลายประเทศเป็นภาคีนั้น กำหนดให้ประเทศภาคีต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกันในการสืบสวนคดีก่อการร้าย อย่างไรก็ตามสิ่งนี้ไม่ได้เกิดขึ้น ฝ่ายเยอรมนีเพิกเฉยต่อคำขอความช่วยเหลือทางกฎหมายและข้อเสนอสำหรับการสืบสวนร่วมกันของเราทั้งหมด และอย่างที่ทราบกันดี การสืบสวนของเยอรมนีไม่ได้มีความคืบหน้ามากนักตลอดหลายปีที่ผ่านมา”

    02/05/2026

    https://www.facebook.com/share/p/1DSsNxZeBz/
     
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,103
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ทรัมป์วางแผนส่งกองเรือไปคิวบาหลังจากความขัดแย้งกับอิหร่านสิ้นสุดลง:

    สถานที่ที่เรียกว่าคิวบา ซึ่งเราจะยึดครองแทบจะในทันที คิวบากำลังตกอยู่ในปัญหาใหญ่ ก่อนอื่นเราจะทำภารกิจหนึ่งให้เสร็จก่อน ผมชอบที่จะทำให้สิ่งต่างๆเสร็จสิ้น ระหว่างทางกลับจากสิ่งที่เราทำ ระหว่างทางกลับจากอิหร่าน เราจะมีเรือขนาดใหญ่ลำหนึ่งของเรา อาจจะเป็นเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Abraham Lincoln ซึ่งใหญ่ที่สุดในโลก เราจะให้มันเข้ามาจอดห่างจากชายฝั่งประมาณ 100 หลา แล้วพวกเขาจะพูดว่า "ขอบคุณมาก เรายอมจำนน"

    ทรัมป์ - ปฏิเสธที่จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่:

    ลองคิดดูสิ ผมไม่ใช่คนแก่ ผมยังหนุ่มกว่าพวกคุณเยอะ ลองมองดูตัวเองสิครับ คนแก่ทั้งหลาย คุณไม่อยากอายุเท่าผมบ้างเหรอครับ? ยังหนุ่ม ยังกระฉับกระเฉง ยังมีชีวิตชีวา ไม่ ผมยังหนุ่มกว่าทุกคนในห้องนี้มาก แต่ผมรู้สึกว่าผมยังเข้าใจพวกคุณได้อยู่

    02/05/2026
    https://www.facebook.com/share/p/1GtyUkMHF1/
     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,103
    ค่าพลัง:
    +97,153
    “เราอนุญาตโดยไม่ล่าช้า” — กระทรวงการต่างประเทศ Czech Republic โต้แย้ง: การอนุญาตให้เครื่องบินของ Robert Fico บินไปยัง Russia

    “ประเทศยุโรปบางประเทศได้ห้ามเครื่องบินของ Fico ใช้น่านฟ้าของตนสำหรับการบินไปยังรัสเซีย — โดยเฉพาะ Czech Republic และ Poland” — สื่อรัสเซียรายงาน อย่างไรก็ตาม ข้อมูลนี้ถูกปฏิเสธโดยโฆษกกระทรวงการต่างประเทศของ Czech Republic, Adam Černý ระบุว่าฝ่ายสโลวาเกียได้ยื่นคำขออนุญาตบินผ่านตามปกติและได้รับการอนุมัติทันที

    ตามคำกล่าวของโฆษก Czech Republic ไม่ได้เข้าร่วมกับประเทศที่ห้าม Fico บินผ่านน่านฟ้า การตัดสินใจเช่นนี้ถูกดำเนินการโดย Estonia, Latvia, Lithuania และ Poland

    ตามรายงานของสื่อ ยังไม่ชัดเจนว่า Fico จะเลือกเส้นทางใดในท้ายที่สุด มีรายงานว่าเขายังพิจารณาความเป็นไปได้ในการเดินทางไป Moscow ด้วยรถยนต์ด้วย

    02/05/2026
    https://www.facebook.com/share/p/18LXdbb2AW/
     
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,103
    ค่าพลัง:
    +97,153
    กลุ่ม OPEC+ มีมติในหลักการให้ประเทศสมาชิก 7 ราย ปรับเพิ่มโควตาการผลิตน้ำมันในเดือนมิถุนายนราว 188,000 บาร์เรลต่อวัน ท่ามกลางความตึงเครียดด้านพลังงานโลก

    การเพิ่มกำลังผลิตครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ความขัดแย้งระหว่าง United States และ Iran ยังคงกดดันตลาด โดยเฉพาะการปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซที่ส่งผลกระทบต่อการขนส่งน้ำมันราว 20% ของโลก ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2026

    แม้ปริมาณการเพิ่มกำลังผลิตจะถือว่า “ค่อนข้างจำกัด” เมื่อเทียบกับอุปทานที่หายไปจากตลาด แต่ข่าวดังกล่าวก็เพียงพอที่จะทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงทันที หลังนักลงทุนมองว่าเป็นสัญญาณของการผ่อนคลายแรงกดดันด้าน supply ในระยะสั้น

    https://www.facebook.com/share/p/1Cp4hKSQdC/
     
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,103
    ค่าพลัง:
    +97,153
    “อิหร่านคงต้องกลับมารบกับสหรัฐอีกครั้ง ถ้าทรัมป์มองว่าข้อเสนอเจรจาอิหร่านยังไม่ดีพอ“

    เจ้าหน้าที่ทหารระดับสูงของอิหร่านกล่าว

    อิหร่านเตือน สงครามอาจปะทุอีก หากข้อเสนอเจรจาไม่เป็นที่ยอมรับ

    เจ้าหน้าที่ทหารระดับสูงของ Iran ออกมาเตือนว่า ความขัดแย้งกับ United States อาจกลับมาปะทุอีกครั้ง หากข้อเสนอเจรจาของอิหร่านยังไม่ได้รับการยอมรับจากฝั่งสหรัฐ

    คำกล่าวดังกล่าวมีขึ้นหลังจาก Donald Trump แสดงท่าทีไม่พอใจกับข้อเสนอฉบับล่าสุดของอิหร่าน โดยระบุว่ายัง “ไม่ดีพอ” สำหรับการยุติความขัดแย้ง ทำให้กระบวนการเจรจาสันติภาพยังคงเผชิญทางตัน

    แหล่งข่าวระบุว่า อิหร่านได้ยื่นข้อเสนอผ่านช่องทางการทูต แต่ยังไม่มีรายละเอียดถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ ขณะที่การเจรจาที่ผ่านมาไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้

    https://www.facebook.com/share/p/14b5cmQtLjR/
     
  8. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,103
    ค่าพลัง:
    +97,153
    3 พ.ค.วันที่ 65 สงครามอิหร่าน ปธน.ทรัมป์เผยเร็วๆนี้ จะรีวิวข้อเสนอิหร่านที่พึ่งส่งมารอบใหม่ แต่นึกภาพไม่ออกจะยอมรับได้ยังไงในเมื่ออิหร่านไม่ชดใช้สิ่งที่ทำกับมนุษยชาติและโลกมานาน 47 ปี BTimes

    https://www.facebook.com/share/p/18x5rqJcBj/
     
  9. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,103
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สายการบินแรกปิดกิจการรับสงครามอิหร่าน บินต้นทุนต่ำใหญ่สุดในสหรัฐเปิดมา 34 ปี สปิริตแอร์ไลน์ขาดเงินสด ค่าน้ำมันเครื่องบินพุ่งแพง หยุดบริการทั้งหมดเสาร์ 2 พ.ค.ทันทีและตลอดไป พนักงาน 17,000 คนจ่อตกงาน BTimes

    May 2, 2026 ไปแล้วหนึ่ง! สายการบินแรกปิดกิจการรับสงครามอิหร่าน บินต้นทุนต่ำใหญ่สุดในสหรัฐเปิดมา 34 ปี สปิริตแอร์ไลน์ขาดเงินสด ค่าน้ำมันเครื่องบินพุ่งแพง หยุดบริการทั้งหมดเสาร์ 2 พ.ค.ทันทีและตลอดไป พนักงาน 17,000 คนจ่อตกงาน

    สปิริต แอร์ไลน์ส ซึ่งเป็นสายการบินต้นทุนต่ำชื่อดังและมีขนาดใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกาประกาศยุติให้บริการทุกเที่ยวบินตั้งแต่วันเสาร์ที่ 2 พฤษภาคม 2026 เป็นต้นไป และประกาศให้ผู้โดยสารที่ซื้อบัตรโดยสารไว้แล้วนั้น ให้ติดต่อขอรับเงินค่าบัตรโดยสารคืนได้ทุกช่องทางของสายการบินสปิริตแอร์ไลน์ส ส่งผลให้สายการบินดังกล่าว ซึ่งเปิดให้บริการมาเป็นระยะเวลานานถึง 34 ปีหรือนับตั้งแต่ปี 1992 กลายเป็นสายการบินเอกชนแห่งแรกของโลก และเป็นสายการบินต้นทุนต่ำแห่งแรกของโลก ที่ไม่สามารถดำเนินกิจการธุรกิจการบินได้อีกต่อไปในยุคสงครามอิหร่าน

    สาเหตุจากสายการบินสปิริต แอร์ไลน์ประสบความล้มเหลวในการขอการขออนุมัติจากเจ้าหนี้ หรือนักลงทุนที่ถือหุ้นกู้ของสายการบินดังกล่าว เพื่อเจรจาเงินทุนกู้ยืมฉุกเฉินมูลค่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 16,250 ล้านบาทจากรัฐบาลสหรัฐอเมริกามาใช้ดำเนินกิจการ และให้บริการการบิน โดยมีการเจรจาอย่างยาวนานต่อเนื่องถึง 11 ชั่วโมง รัฐบาลสหรัฐอเมริกาภายใต้การนำของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ได้เสนอให้มีมาตรการเข้าช่วยเหลือกิจการของสายการบินสปิริตแอร์ไลน์สเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ด้วยการเปิดเจรจาดังกล่าวแต่ในที่สุดไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกันได้ โดยเฉพาะเงินกู้ช่วยเหลือฉุกเฉินจากรัฐบาลดังกล่าวต้องอยู่บนเงื่อนไขที่ให้รัฐบาลสหรัฐอเมริกาเข้าไปถือหุ้นโดยมีสัดส่วนสูงถึง 90% ของจำนวนหุ้นทั้งหมดในบริษัทแห่งนี้

    ในช่วงระยะเวลา 6 ปีที่ผ่านมา หรือนับตั้งแต่วิกฤตการณ์โรคระบาดโควิด-19 ที่เกิดขึ้นในปี 2020 สายการบินสปิริต แอร์ไลน์ส ต้องประกาศภาวะล้มละลายและร้องขอให้ศาลในสหรัฐอเมริกาเข้าพิทักษ์ทรัพย์สินในเดือนพฤศจิกายนปี 2024 ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่ต้องประกาศภาวะล้มละลายนับตั้งแต่เปิดกิจการเป็นต้นมา ในแง่ผลประกอบการพบว่าสายการบินดังกล่าวขาดทุนสูงถึง 2,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 81,250 ล้านบาท สายการบินสปิริต แอร์ไลน์ส เเผยปิดต่อไปว่า (มีต่อหน้า 2/2)
    (BTimes หน้า 2/2) หลังจากนั้นธุรกิจของสายการบินสปิริต แอร์ไลน์ส ต้องเผชิญกับความยากลำบากซ้ำแล้วซ้ำเล่าจากสถานการณ์ของการฟื้นตัวอุตสาหกรรมการบินที่เป็นไปอย่างเชื่องช้าจนส่งผลให้สายการบินดังกล่าวต้องประกาศภาวะล้มละลาย และร้องขอต่อศาลสหรัฐอเมริกาให้พิทักษ์ทรัพย์สินเป็นครั้งที่ 2 เมื่อเดือนสิงหาคมปี 2025 ซึ่งพบว่ามีภาระหนี้สะสมสูงถึง 8,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 263,250 ล้านบาท

    สายการบินสปริต แอร์ไลน์ เป็นสายการบินที่มีชื่อเสียงโด่งดัง และมีขนาดใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา ออกแถลงการณ์ว่าสายการบินมีความภาคภูมิใจ ในการสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ต่ออุตสาหกรรมการบินในสหรัฐอเมริกามาเป็นระยะเวลายาวนานถึง 34 ปี และด้วยความหวังที่จะให้บริการผู้โดยสารของเราในอีกหลายปีข้างหน้าที่จะมาถึง ปัจจุบัน สปริติ แอร์ไลน์ส มีพนักงานรวมกันทั้งสิ้นราว 17,000 คนซึ่งต้องตกอยู่ในชะตากรรมที่ยากลำบาก และอาจนำไปสู่การปลดพนักงานเป็นจำนวนมาก

    ทางนี้ สายการบินสปิริต แอร์ไลน์ส ให้บริการการบินโดยขนส่งผู้โดยสารภายในประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นจำนวนมากถึง 1.7 ล้านคน และมีส่วนแบ่งอยู่ที่ 3.9% ของตลาดการบินในสหรัฐอเมริกา ซึ่งลดลงจากในปี 2025 ที่มีส่วนแบ่งตลาดที่ 5.1% ของทั้งหมด สาเหตุจากดำเนินการตัดรถเที่ยวบินลงเป็นจำนวนมากซึ่งเป็นผลมาจากภาวะราคาน้ำมันเครื่องบินเชื้อเพลิงมีราคาเพิ่มสูงขึ้น

    #แอร์ไลน์ #สายการบิน #สายการบินต้นทุนต่ำ #สหรัฐ #ปิดกิจการ #ตกงาน #เครื่องบิน #โฮสเตจ #กัปตัน #ราคาน้ำมันวันนี้ #สงครามอิหร่าน #BTimes
    https://www.facebook.com/share/p/17Mhychq3k/
     
  10. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,103
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สหรัฐไม่ปลดไทยออกจาก 18 ชาติเฝ้าจับตามองสินค้าทรัพย์สินทางปัญญา ไทยคืบหน้าแก้ปัญหาแต่ยังไม่พอ ของปลอม-ของละเมิดลิขสิทธิ์ระบาดในออนไลน์ สหรัฐตอกไทย จับแต่รายเล็กตามห้างแต่ไม่จับซัพพลายเออร์รายใหญ่ BTimes

    May 2, 2026 ดีแต่ไม่พอ! สหรัฐไม่ปลดไทยออกจาก 18 ชาติเฝ้าจับตามองสินค้าทรัพย์สินทางปัญญา ของปลอม-ของละเมิดลิขสิทธิ์ระบาดในออนไลน์ สหรัฐตอกไทย จับแต่รายเล็กตามห้างแต่ไม่จับซัพพลายเออร์รายใหญ่

    เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2026 สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐอเมริกา (United States Trade Representative) หรือยูเอสทีอาร์ ประกาศรายงานสถานะการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศคู่ค้าสำคัญ ภายใต้กฎหมายการค้าสหรัฐฯ มาตรา 301 พิเศษ ว่า ประเทศไทยคงอยู่ใน 18 ประเทศและภูมิภาคที่อยู่ภายใต้การตรวจสอบของสหรัฐอเมริกา สหรัฐอเมริกายอมรับการปรับปรุงของไทย รวมถึงการประสานงานที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นระหว่างหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย การยึดสินค้าเข้าข่ายที่เพิ่มขึ้นโดยศุลกากร การสั่งปิดบริการที่ละเมิดลิขสิทธิ์ที่สําคัญ และการแก้ไขพระราชบัญญัติสิทธิบัตร และลิขสิทธิ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนการเข้าร่วมข้อตกลงระหว่างประเทศ เช่น ข้อตกลงเฮก และสนธิสัญญา WIPO Performances and Phonograms

    ยูเอสทีอาร์ ระบุต่อไปว่าทางการไทยได้เพิ่มการบังคับใช้ ทําการตรวจจับคลังสินค้า และพุ่งเป้าหมายเครือข่ายการจัดจําหน่ายสินค้าและบริการเข้าข่าย ในช่วงหกเดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ไทยจัดการคดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา 332 คดี ยึดสิ่งของมากกว่า 1.3 ล้านรายการ โดยมีค่าเสียหายประมาณ 2,300 ล้านบาท การดําเนินการบังคับใช้รวมถึงการปราบปรามมีขึ้นในพื้นที่ย่านค้าปลีกที่สําคัญ เช่น MBK Center

    แม้จะมีความก้าวหน้านี้ แต่สหรัฐอเมริกากล่าวย้ำว่า สินค้าลอกเลียนแบบ และสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ยังคงมีอยู่อย่างแพร่หลายในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางสื่อออนไลน์ การบังคับใช้กฎหมายในไทยยังคงมุ่งเน้นไปที่ผู้ประกอบการรายย่อยมากกว่าซัพพลายเออร์รายใหญ่

    นอกจากนี้ ยังอ้างถึงความกังวลเกี่ยวกับการละเมิดลิขสิทธิ์ออนไลน์ที่เพิ่มขึ้น การดําเนินการทางกฎหมายที่ยืดเยื้อพร้อมบทลงโทษที่อ่อนแอ สิทธิบัตรที่ค้างอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยา และการใช้ซอฟต์แวร์ที่ไม่มีใบอนุญาตอย่างต่อเนื่อง

    รัฐบาลสหรัฐอเมริกาเรียกร้องให้ประเทศไทยเร่งปฏิรูปกฎหมาย เสริมสร้างการบังคับใช้กับผู้จัดจําหน่ายระดับสูง และปรับปรุงความโปร่งใสในด้านต่างๆ เช่น การคุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์

    ทั้งนี้ ทางการไทยกล่าวว่า การลบสถานะประเทศออกจากบัญชีรายชื่อประเทศเฝ้าจับตามอง Watch List ยังคงเป็นเป้าหมายสําคัญ เนื่องจากไทยยังคงต้องปฏิรูปให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล และเพิ่มความเชื่อมั่นของนักลงทุน
    #ของปลอม #ของเลียนแบบ #ลิขสิทธิ์ #สหรัฐ #ไทย #BTimes

    https://www.facebook.com/share/p/1ChGPjy4YV/
     
  11. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,103
    ค่าพลัง:
    +97,153
    1 ในอาชีพใหม่วงการท่องเที่ยว ”นักออกแบบการเดินทางครั้งสุดท้าย“ ท่องเที่ยวไม่ตกงานในอีก 4 ปีหน้า จะมี 10 อาชีพใหม่ผุดขึ้นในวงการท่องเที่ยวโลก BTimes

    May 2, 2026 ไม่ตกงาน! 1 ในอาชีพใหม่วงการท่องเที่ยว ”นักออกแบบการเดินทางครั้งสุดท้าย“ ท่องเที่ยวไม่ตกงานในอีก 4 ปีหน้า จะมี 10 อาชีพใหม่ผุดขึ้นในวงการท่องเที่ยวโลก

    ทีเอทีอาคาเดมี่ (TAT ACADEMY) เป็นหนึ่งในหน่วยงานที่อยู่ในการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเปิดเผยรายงาน 10 อาชีพใหม่ที่อาจเกิดขึ้นในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในอนาคต มีดังนี้

    1. ไกด์ที่เป็นผู้นำความคิดและผู้นำทาง หรือ Guide Juggernaut หมดยุคการเป็นไกด์แบบทั่วไป การนำทางพร้อมบอกข้อมูลทั่วไปทางประวัติศาสตร์อาจไม่ตอบโจทย์กับโลกสมัยใหม่อีกต่อไป เพราะในโลกแห่งอนาคต ไกด์จะไม่ใช่อาชีพที่ต้องผูกติดอยู่กับบริษัท แต่เป็นการมีฐานผู้ติดตามของตนเอง ผ่านการใช้ทักษะการเล่าเรื่อง การสร้างตัวตน อันเป็นเอกลักษณ์ในการนำเสนอเรื่องราวของสถานที่ท่องเที่ยวและตนเอง การเกิดใหม่ของอาชีพนี้จะช่วยกระจายความมั่งคั่งจากเมืองใหญ่ เพราะทำให้เกิดการท่องเที่ยวที่ตอบโจทย์เฉพาะกลุ่มได้มากขึ้น

    2. ผู้ควบคุมการท่องเที่ยวอวกาศ หรือ Space Conductor เมื่อการเดินทางไปยังอวกาศไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป ด้วยการพัฒนาของเทคโนโลยี ในอนาคตการเดินทางท่องเที่ยวไปยังอวกาศก็คงเป็นเรื่องที่สามารถเกิดขึ้นได้เช่นกัน ดังนั้นอีกหนึ่งอาชีพที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้ก็คือ ‘ผู้นำท่องเที่ยวอวกาศ’ ที่นอกจากจะต้องมีความรู้ความเชี่ยวชาญในเรื่องฟิสิกส์ ดาราศาสตร์ เรื่องการบินต่าง ๆ แล้ว ยังต้องมีความสามารถในการดูแลและให้คำแนะนำแก่นักท่องเที่ยวที่อาจจะต้องปรับตัวในการเดินทางขึ้นไปบนอวกาศ
    .
    3. นักออกแบบการเดินทางครั้งสุดท้าย หรือ Death Retreat Planner เมื่อผู้คนในยุคปัจจุบันหันมาให้ความสำคัญกับ ‘การตายอย่างมีคุณภาพ’ มากยิ่งขึ้น ความท้าทายจึงไม่ได้อยู่ที่การยืดอายุขัยให้ยาวนานที่สุดเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การจัดการช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิตให้งดงามและมีความหมายด้วยเช่นกัน อาชีพนี้จึงเกิดขึ้นเพื่อออกแบบ ‘การท่องเที่ยวครั้งสุดท้าย’ ให้กับผู้ที่ตระหนักถึงวาระสุดท้ายของตนเอง อาชีพนี้จะต้องรังสรรค์เส้นทางการเดินทางที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้สะสางเรื่องราวที่ค้างคาในชีวิต และได้ใช้เวลาที่เหลืออยู่ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ต้องการ
    .
    4. นักยุทธศาสตร์จัดการการท่องเที่ยวล้นเมือง หรือ Overtourism Specialist ปัญหานักท่องเที่ยวล้นเมืองเป็นดาบสองคมที่แม้จะเป็นสิ่งยืนยันถึงความสำเร็จของการท่องเที่ยวบริเวณนั้น แต่ในขณะเดียวกันก็สร้างความแออัดและทำลายวิถีชีวิตดั้งเดิมเช่นกัน อาชีพนี้จึงเข้ามาเพื่อเป็น ‘ผู้ควบคุมสมดุล’ ระหว่างรายได้ทางเศรษฐกิจ และขีดความสามารถในการรองรับของพื้นที่ โดยการใช้ Data Science และเทคโนโลยีด้านระบบขนส่งมาร่วมวางแผนเพื่อจัดการความแออัด พร้อมกับรักษาสถานที่ท่องเที่ยวและวัฒนธรรมท้องถิ่นไม่ให้ถูกทำลาย
    .
    5. สถาปนิกผู้ออกแบบโครงสร้างต้านภัยพิบัติ หรือ Climate Resilience Hospitality Architect ความแปรปรวนของโลก ทำให้โครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยวกำลังต้องเผชิญกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติเช่นกัน ดังนั้นการออกแบบของเหล่าสถาปนิกแห่งอนาคตจะต้องผสานทั้งวิศวกรรมและวิทยาศาสตร์ เพื่อออกแบบที่พักหรือโครงสร้างที่สามารถอยู่รอดและดำเนินการต่อได้ แม้ต้องเผชิญวิกฤตหนัก (มีต่อหน้า 2/2)

    (BTimes หน้า 2/2)
    6. นักสำรวจพรมแดนใหม่ใต้สมุทร หรือ Hidden Ocean Destination Scouter เมื่อพื้นที่บนบกแออัดและอุณหภูมิสูงมากขึ้น ‘มหาสมุทร’ จึงกลายเป็นจุดหมายปลายทางใหม่ของการท่องเที่ยว ด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยมากยิ่งขึ้น การสำรวจและค้นหาพื้นที่ที่มีศักยภาพในการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่จึงมีความเป็นไปได้มากขึ้น เริ่มจากการพัฒนาแบบง่ายอย่าง จุดดำน้ำแห่งใหม่ ไปจนถึงการพัฒนาที่ท้าทายอย่างการสร้างสิ่งก่อสร้างใต้น้ำ อย่างไรก็ตาม คนในสายอาชีพนี้จำเป็นต้องคำนึงถึงการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัด เพื่อให้มั่นใจว่าการเปิดพื้นที่ใหม่จะไม่เป็นการทำลายระบบนิเวศใต้ทะเลเดิมที่มีอยู่

    7. สถาปนิกผู้ออกแบบสุนทรียศาสตร์แห่งการท่องเที่ยว หรือ Destination Soundscape Designer เมื่อนักเดินทางกำลังมองหาการพักผ่อนที่แท้จริง พักผ่อนจากความเหนื่อยล้าที่เจอในชีวิต ทัศนียภาพทางสายตาในการท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป จึงเป็นโอกาสของอาชีพนี้ที่เปรียบเสมือน ‘นักออกแบบสุนทรียภาพ’ ที่จะเข้ามาช่วยบำบัดความเหนื่อยล้า ผ่านการรังสรรค์ ‘สภาพแวดล้อมทางเสียง’ ให้กับสถานที่ท่องเที่ยว โดยใช้ศาสตร์ด้านวิศวกรรมเพื่อลดเสียงรบกวน และช่วยดึงเสียงธรรมชาติ หรือสิ่งแวดล้อมให้โดดเด่นขึ้น เพื่อสร้างความสงบและสุนทรียศาสตร์แห่งการท่องเที่ยว
    .
    8.นักออกแบบการเดินทางอย่างยั่งยืน หรือ Regenerative Travel Designer ปฏิเสธไม่ได้ว่า กระแสการท่องเที่ยวแบบยั่งยืนกำลังเติบโตขึ้นอย่างมาก และมีแนวโน้มจะเพิ่มสูงขึ้นไปอีก นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่กำลังมีแนวคิดว่าการเดินทางไปเยือนสถานที่ต่าง ๆ นั้น นอกจากจะสร้างความสุขใจให้แก่ตนแล้ว ยังต้องเป็นการทำให้สถานที่แห่งนั้นดีขึ้นเมื่อตนจากมาด้วย อาชีพนี้จึงเป็นอีกอาชีพหนึ่งในอนาคตที่อาจเกิดขึ้น เพราะนักท่องเที่ยวแห่งโลกอนาคตจะต้องการผู้ที่ออกแบบทริปรูปแบบดังกล่าวให้ และช่วยทำให้การท่องเที่ยวสามารถยกระดับชุมชนและสิ่งแวดล้อมได้อย่างแท้จริง
    .
    9. สถาปนิกผู้ออกแบบการเดินทางเพื่อผู้สูงอายุ หรือ Active Elderly Travel Architect กระแสการเติบโตของสังคมสูงวัยในหลากหลายพื้นที่ประกอบกับข้อมูลที่แสดงให้เห็นว่ากลุ่มผู้สูงวัยเหล่านี้มีจำนวนการออกไปท่องเที่ยวสูงกว่ากลุ่มคนทั่วไปด้วยซ้ำ เพียงแต่พวกเขาต้องการโครงสร้างพื้นฐานที่ตอบโจทย์พวกเขาด้วยเช่นกัน ดังนั้น อาชีพนี้จึงเน้นที่การออกแบบสิ่งต่าง ๆ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการเหล่านั้นผ่านการดัดแปลงโครงสร้างพื้นฐานและอุปกรณ์อำนวยความสะดวก เพื่อขจัดอุปสรรคและความไม่สะดวกสบายในการเดินทางให้แก่กลุ่มผู้สูงวัย
    .
    10. เชฟผู้สร้างประสบการณ์ด้านอาหารท้องถิ่นอย่างยั่งยืน หรือ Local Sustainable Chef ในอนาคตจะเกิดเป็นเชฟรูปแบบใหม่ที่เน้นใช้วัตถุดิบจากพื้นที่ หรือในชุมชนบริเวณใกล้เคียง เพื่อช่วยลดปริมาณการขนส่งและปริมาณอาหารขยะที่อาจเกิดขึ้น โดยพวกเขาจะมาด้วยทักษะในการประกอบอาหารท้องถิ่นตามแนวคิด Zero waste พร้อมศิลปะในการเล่าเรื่องราว เพื่อชูคุณค่าของระบบนิเวศอันเป็นที่มาของอาหารจานต่าง ๆ ทั้งยังช่วยเพิ่มมูลค่าผลผลิต และกระตุ้นเศรษฐกิจในบริเวณโดยรอบได้

    https://www.facebook.com/share/p/1EH7htjuYn/
     
  12. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,103
    ค่าพลัง:
    +97,153
    อ้าวจริงดิ! ไทยทุกข์ยากลำบากทางเศรษฐกิจน้อยสุดอันดับ 3 จาก 178 ประเทศทั่วโลก ทุกข์ยากน้อยสุดอันดับ 2 อาเซียน ว่างงานต่ำ ราคาข้าวของถูก เมียนมาทุกข์ยากลำบากมากที่สุดอาเซียน BTimes

    May 2, 2026 อ้าวจริงดิ! ไทยทุกข์ยากลำบากทางเศรษฐกิจน้อยสุดอันดับ 3 จาก 178 ประเทศทั่วโลก รั้งอันดับ 2 อาเซียน อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ว่างงานต่ำ เงินเฟ้อน้อย เศรษฐกิจกลุ่มอาเซียนภาพรวมดูดีมากกว่าภูมิภาคอื่นๆ

    นายสตีฟ ฮันเก้ ศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์ประยุกต์ มหาวิทยาลัยจอห์น ฮอพกินส์ สหรัฐอเมริกา เปิดเผยรายงานดัชนีความทุกข์ยากประจำปี 2025 ฮันเก้ หรือ Hanke’s Annual Misery Index 2025 ได้สะท้อนถึงดัชนีที่วัดอุณหภูมิทางเศรษฐกิจของแต่ละประเทศทั่วโลกจำนวน 178 ประเทศ หรือเขตเศรษฐกิจ ดัชนีดังกล่าวบ่งบอกว่าประชากรในประเทศนั้นๆ มีประสบการณ์ หรือสัมผัสกับภาวะเศรษฐกิจอย่างไรในประเทศตนเอง ค่าดัชนีต่ำ คือความทุกข์ยากลำบากน้อย ในทางตรงกันข้าม ค่าดัชนีสูง คือความทุกข์ยากลำบากมากมาย

    สำหรับการจัดอันดับประจำปี 2025 เฉพาะในภูมิภาคอาเซียนนั้น มีดังนี้ (ตัวเลขในวงเล็บเป็นอันดับโลก ตัวเลขอันดับมากหมายถึงความทุกข์ยากน้อย) มีดังนี้ อันดับ 1.สิงคโปร์(177) อันดับ 2.ไทย(176) อันดับ 3.มาเลเซีย(167) อันดับ 4.กัมพูชา(163) 5.เวียดนาม(156) อันดับ 6.ฟิลิปปินส์(131) อันดับ 7.สปป.ลาว(129) อันดับ 8.อินโดนีเซีย(123) อันดับ 9.บรูไน(116) และอันดับ 10.เมียนมา(14)

    การจัดอันดับประจำปี 2025 พบว่า ภาวะเศรษฐกิจของประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน มีการผสมผสานหลายปัจจัย ได้แก่ อัตราเงินเฟ้อต่ำ การจ้างงานที่มั่นคง ต้นทุนการกู้ยืมที่จัดการได้ และการเติบโตของรายได้ จากปัจจัยทั้งหมดทำให้ให้ครัวเรือนต่างๆ รู้สึกถึงแรงกดดัน หรือข้อจำกัดทางเศรษฐกิจภาวะเศรษฐกิจที่ลดน้อยลง

    สำหรับประเทศไทย พบว่า มีค่าดัชนีที่ 3.14 ถูกจัดอยู่ในอันดับ 176 จากทั้งหมด 178 ประเทศ หรือเขตเศรษฐกิจทั่วโลก นั่นหมายถึงประเทศไทยมีภาวะความทุกข์ยากลำบากทางเศรษฐกิจน้อยที่สุดเป็นอันดับ 3 จากทั้งหมด 176 ประเทศของโลก ที่สำคัญยังเป็นประเทศที่มีความทุกข์ยากลำบากน้อยที่สุดเป็นอันดับ 2 ของ 10 ประเทศอาเซียนอีกด้วย รายงานดังกล่าวเปิดเผยปัจจัยสำคัญของประเทศไทยคือ (มีต่อหน้า 2/2)

    (BTimes หน้า 2/2) นายสตีฟ ฮันเก้ ศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์ประยุกต์ มหาวิทยาลัยจอห์น ฮอพกินส์ สหรัฐอเมริกา เปิดเผยว่า สาเหตุจากกฎเกณท์ด้านอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ซึ่งเป็นหนึ่งในสี่กฎเกณฑ์สำคัญของการจัดอันดับนั้น เป็นกฎเกณท์ที่โดดเด่นมากที่สุดของไทย นอกจากนี้ อัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำโดยลดลง 0.3% การจ้างงานที่มั่นคง สะท้อนจากอัตราการว่างงานที่อยู่ในระดับต่ำต่อเนื่องที่ 0.8% และอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจต่อหัวเติบโตร้อยละ 2.5

    สำหรับการจัดอันดับประจำปี 2025 ทั้ง 178 ประเทศ หรือเขตเศรษฐกิจ ในแง่ 10 ประเทศที่มีภาวะเศรษฐกิจทุกข์ยากลำบากน้อยที่สุดในโลป มีดังนี้ (ตัวเลขในวงเล็บเป็นอันดับโลก ตัวเลขอันดับมากหมายถึงความทุกข์ยากน้อย) มีดังนี้ อันดับ 1.ไต้หวัน(178) อันดับ 2.สิงคโปร์(177) อันดับ 3.ไทย(176) อันดับ 4.ไอร์แลนด์(175) อันดับ 5.โกตดิวัวร์(174) อันดับ 6.มาเก๊า(173) อันดับ 7.ญี่ปุ่น(172) อันดับ 8.กาตาร์(171) อันดับ 9.เบอร์กินา ฟาโซ(170) และอันดับ 10. กินี-บิสเซา(169)

    ในแง่ 10 ประเทศแรกที่มีภาวะเศรษฐกิจทุกข์ยากลำบากมากที่สุดในโลก มีดังนี้ อันดับ 1.เวเนซุเอลา อันดับ 2.ซูดาน อันดับ 3.ตุรกี อันดับ 4.อิหร่าน อันดับ 5.อาเจนติน่า อันดับ 6.เอสวาตินี อันดับ 7.แอฟริกาใต้ อันดับ 8.มาลาวี อันดับ 9. มาดากัสการ์ และอันดับ 10.เลบานอน

    ทั้งนี้ กฎเกณท์ในการจัดอันดับประกอบด้วย 4 ด้าน ได้แก่ อัตราการว่างงาน อัตราเงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของธนาคาร นำทั้งหมดมารวมกัน และลบด้วยอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจ หรือจีดีพีแท้จริงต่อหัว เมื่อคะแนนออกมาลดต่ำลงเท่าไหร่ ระบบเศรษฐกิจของประเทศนั้นก็จะยิ่งมีสุขภาพดีมากขึ้น นั่นหมายถึงการจ้างงานอยู่ในเกณฑ์ดี ราคาสินค้ามีเสถียรภาพ สินเชื่อเข้าถึงได้ง่าย และรายได้กำลังเพิ่มขึ้น ทั้งหมดเป็นไปตามคำจำกัดความของนายสตีฟ ฮันเก้ ศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์ประยุกต์ มหาวิทยาลัยจอห์น ฮอพกินส์ สหรัฐอเมริกา
    #ไทย #อาเซียน #ทุกข์ยากลำบาก #เศรษฐกิจ #BTimes

    https://www.facebook.com/share/p/1EE1FvZgEB/
     
  13. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,103
    ค่าพลัง:
    +97,153
    คนไทยว่าไง ? เมื่อรัฐปรับโครงสร้างค่าไฟใหม่ เป็นระบบขั้นบันได “ยิ่งใช้มาก ยิ่งจ่ายแพง”

    กระแสการปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าใหม่ ยังคุกรุ่น โดยจะปรับขึ้นค่าไฟ สำหรับบ้านเรือนที่ใช้ไฟฟ้าสูง เป้าหมายของรัฐบาลคือพยายามแก้โจทย์ค่าครองชีพ โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อย

    ซึ่งระบบโครงสร้างไฟฟ้า คือการรวบรวมต้นทุนทั้งหมด ตั้งแต่การผลิต การจัดส่ง ไปจนถึงการบริการจำหน่าย เพื่อกำหนดเป็นราคาขายปลีกต่อหน่วยให้แก่ประชาชน โดยในบิลค่าไฟที่เราต้องจ่าย จะต้องประกอบด้วย 4 ปัจจัยได้แก่
    1.ค่าไฟฟ้าฐาน เป็นค่าใช้จ่ายคงที่ซึ่งครอบคลุมต้นทุนการก่อสร้างโรงไฟฟ้า, ระบบสายส่ง, ระบบจำหน่าย และกำไรที่เหมาะสมของ 3 การไฟฟ้า (กฟผ., กฟน., กฟภ.) มักจะปรับปรุงทุก 3-5 ปี
    2.ค่า Ft (Fuel Adjustment Charge) ค่าไฟฟ้าผันแปรที่ปรับทุก 4 เดือน เพื่อสะท้อนต้นทุนที่ควบคุมไม่ได้ เช่น ราคาเชื้อเพลิง (ก๊าซธรรมชาติ, ถ่านหิน) และนโยบายรัฐบาล
    3.ค่าบริการรายเดือน ค่าใช้จ่ายในการจดมิเตอร์ พิมพ์บิล และการบริหารจัดการอื่นๆ (ปัจจุบันบ้านอยู่อาศัยเสียประมาณ 24.62 บาท/เดือน)
    4.ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%) คิดจากยอดรวมของ 3 ส่วนแรก

    สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยหรือ ส.อ.ท. แสดงความกังวลว่าหากนำโมเดลค่าไฟขั้นบันไดมาใช้กับภาคอุตสาหกรรม จะกระทบขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมหนักที่เป็นต้นน้ำ กลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนัก และเปราะบางที่สุดคือ ธุรกิจรายย่อย และ SME ในอาคารพาณิชย์ ที่ใช้ไฟเกิน 400 หน่วย และไม่สามารถบริหารจัดการต้นทุนโดยเลี่ยงการใช้ไฟช่วงพีกได้เหมือนโรงงานขนาดใหญ่ ประเด็นที่น่ากังวลที่สุดคือ หากต้นทุนค่าไฟในประเทศสูงเกินไป จะทำให้ผู้ประกอบการไม่แบกรับภาระไม่ได้ และท้ายที่สุดไทยต้องพึ่งการนำเข้าสินค้า โดยเฉพาะจากจีนที่มีต้นทุนถูกกว่า ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องของความมั่นคงทางยุทธศาสตร์ชาติ

    ด้านคุณแสงชัย ธีรกุลวาณิช ประธานยุทธศาสตร์ สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทยกังวลว่า ปรับโครงสร้างค่าไฟเป็นแบบขั้นบันได จะเป็น " วิกฤตซ้อนวิกฤต " ของกลุ่มรายได้ปานกลาง หรือชนชั้นกลาง คือ วิกฤตแรกคือไทยยังเผชิญกับ "เศรษฐกิจโตต่ำ" กำลังซื้อและรายได้ยังเปราะบาง จากสงครามการค้า และความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ ทำเศรษฐกิจไทยไม่ฟื้นตัวเท่าที่ควร และ วิกฤตที่สองคือ "วิกฤตพลังงาน" จากสงครามตะวันออกกลางขณะนี้ ที่ยังไม่จบ ส่งผลให้ราคาพลังงานที่เป็นต้นทุนของภาคการผลิต และไฟฟ้าพุ่งขึ้น ต้องจำใจแบกภาระค่าครองชีพเพิ่ม จากการปรับขึ้นราคาสินค้าาอุปโภคบริโภค ความสามารถในการชำระหนี้อาจลดลงตามมา ปัญหาหนี้ที่มีอยู่เดิมมีโอกาสแก้ไม่ตก และยังเสี่ยงถูกลดสวัสดิการ เงินเดือน หรือตัดโบนัสก็เป็นได้ เหตุจากภาระต้นทุนที่จะเพิ่มขึ้น ดังนั้นจึงกังวลว่าจากการปรับขึ้นค่าไฟจะเป็นแรงปะทุให้ปัญหาของชนชั้นกลางยิ่งเพิ่มขึ้น ต่อเนื่องไปจนถึงเศรษฐกิจโดยรวม

    ส่วนการส่งเสริมให้ประชาชนใช้พลังงานสะอาด โดยให้สถาบันการเงินของรัฐปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ สำหรับติดตั้ง โซลาร์ รูฟ ท็อป เพื่อผลิตไฟใช้เองในครัวเรือนนั้น มองว่าเป็นเรื่องดี โดยเฉพาะกลุ่มที่ใช้ไฟฟ้าเกิน 400 หน่วย แต่การให้สินเชื่ออย่างเดียวอาจจะยังไม่ตอบโจทย์ และมองว่าด้วยเกณฑ์ของแบงก์ รายได้ ความสามารถการชำระของผู้กู้ อาจจะยังไม่ช่วยให้เข้าถึงสินเชื่อได้ทั้งหมด ควรมีความร่วมมือกันของ 3 การไฟฟ้า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถาบันการเงินของรัฐ วิทยาลัยอาชีวะศึกษา ในการเข้ามาให้ความรู้ความเข้าใจ เรื่องพลังงาน การติดตั้งโซลาร์รูฟที่เหมาะกับการใช้ของประชาชน หรือในภาคการเกษตร ส่งเสริมพลังงานสะอาด และความมั่นคงทางพลังงานในอนาคต

    สำหรับนโยบายที่คุณเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานป้ายแดง ปรับโครงสร้าวค่าไฟเป็นแบบ “อัตราก้าวหน้า” (Progressive Rate)หรือ ที่เราเรียกๆกันวันขั้นบันไดคล้ายกับระบบภาษีนั้น สำหรับบ้านอยู่อาศัย ซึ่งเป็นหลักการที่ว่า “ยิ่งใช้มาก ยิ่งจ่ายแพง” เพื่อรณรงค์ให้เกิดการประหยัดพลังงาน โดย ยืนยันว่าครัวเรือน ที่ใช้ไฟ 200 หน่วยแรก จะใช้ราคาไม่เกิน 3 บาท ไม่เกี่ยวกับกิจการขนาดเล็ก ขนาดใหญ่ ไม่เกี่ยวกับภาคอุตสาหกรรม หรือผู้ใช้ไฟที่เป็นเกษตรกร และไม่เกี่ยวกับผู้ที่ใช้อัตราค่าไฟ แบบมิเตอร์ทีโอยู โดยคำนวณแล้วมีทั้งหมด 23 ล้านครัวเรือน

    อย่างไรก็ตามยังมีประชาชนสับสนว่า สำหรับผู้ใช้ 400 หน่วยขึ้นไป ต้องจ่าย 5 บาททั้งหมด รัฐมนตรีพลังงาน ชี้แจงว่า ระบบใหม่จะคิดแบบขั้นบันได ไม่ใช่เหมารวมทั้งบิล ยกตัวอย่าง เช่น หากบ้านหนึ่งใช้ไฟเกิน 400 หน่วย 200 หน่วยแรกยังคิดไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย ส่วน 201-400 หน่วยคิด 3.5 บาทต่อหน่วย และเฉพาะหน่วยที่เกิน 400 หน่วยขึ้นไปจึงเข้าสู่เรตใหม่ที่สูงขึ้น ดังนั้นผู้ใช้ไฟ 400-500 หน่วยบางส่วนอาจไม่ได้รับผลกระทบรุนแรง เพราะยังได้ประโยชน์จาก 200 หน่วยแรก ขณะที่กลุ่มที่ใช้ไฟสูงมาก โดยเฉพาะเกิน 500 หน่วยขึ้นไป มีแนวโน้มต้องจ่ายแพงขึ้นมากกว่าเดิม

    อย่างไรก็ดี การปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าในครั้งนี้จำกัดเฉพาะผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยเท่านั้น โดยไม่ครอบคลุมภาคธุรกิจ ร้านค้า หรือภาคอุตสาหกรรม ซึ่งยังคงใช้อัตราค่าไฟฟ้าตามที่คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานประกาศไว้ก่อนหน้านี้ โดยอัตราที่ประกาศดังกล่าวเป็นค่าเฉลี่ยของผู้ใช้ไฟฟ้าทุกประเภททั่วประเทศ

    ทั้งนี้ รัฐบาลเตรียมปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าใหม่แบบขั้นบันไดนี้ รัฐบาลตั้งเป้าเริ่มใช้ในรอบบิลเดือนมิ.ย.2569 แบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก ดังนี้
    1.กลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าน้อยกว่า 200 หน่วย (กลุ่มเป้าหมายหลัก) จะมุ่งเน้นช่วยเหลือผู้ใช้ไฟฟ้ารายย่อยใช้ไฟไม่เกิน 200 หน่วยต่อเดือน โดยกำหนดอัตราค่าไฟฟ้าไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย ซึ่งกลุ่มที่ได้รับผลประโยชน์ครอบคลุม 23.2 ล้านครัวเรือน แบ่งเป็น
    -กลุ่มเดิมที่ใช้ไฟน้อยกว่า 200 หน่วย จำนวน 15.4 ล้านครัวเรือน และกลุ่มที่ใช้ไฟมากกว่า 200 หน่วยอีก 7.8 ล้านครัวเรือน ที่จะได้รับอานิสงส์จากการปรับโครงสร้าง
    2.กลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้า 201-400 หน่วย (กลุ่มเรทปกติ) เป็นครัวเรือนใช้ไฟฟ้าระดับปานกลางคิดอัตราค่าไฟฟ้าเรตปกติที่ 3.95 บาทต่อหน่วย มีประชาชนกลุ่มนี้ 4.6 ล้านครัวเรือน
    3.กลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าตั้งแต่ 401 หน่วยขึ้นไป (กลุ่มรอปรับอัตราใหม่) สำหรับบ้านเรือนที่ใช้ไฟฟ้าสูงมี 3.2 ล้านครัวเรือน จะถูกปรับขึ้นจากเดิมเฉลี่ย 4.50 บาทต่อหน่วย เป็นมากกว่า 5 บาทต่อหน่วย หรือเพิ่มขึ้น 1 บาทต่อหน่วย ดังนั้นแนะนำเพิ่มเติมสำหรับประชาชนกลุ่มนี้ควรพิจารณาติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์เป็นทางเลือกประหยัดค่าไฟฟ้า

    ซึ่งแน่นอนว่าคนใช้ไฟน้อย จะจ่ายถูกลงประมาณ 20% แต่คนที่ใช้ไฟฟุ่มเฟือยจะต้องแบกรับต้นทุนที่แท้จริงของพลังงานมากขึ้น ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของนโยบายพลังงานไทยในปี 2569

    ด้านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย อนุทิน ชาญวีรกูล ยืนยันว่า การปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าครั้งใหม่จะช่วยให้ประชาชนจ่ายค่าไฟถูกลง โดยรัฐบาลจะดูแลประชาชนในลักษณะ “เฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุข” โดยผู้ใช้ไฟ 200 หน่วยแรกจะได้อัตราเท่ากันที่ 3 บาทต่อหน่วย ส่วนการใช้ไฟตั้งแต่ 200-400 หน่วย จะคิดเป็นอัตราขั้นบันได และผู้ใช้ไฟเกิน 400 หน่วยขึ้นไปจะอยู่ในอีกอัตราหนึ่ง ซึ่งเป็นแนวทางที่หลายระบบในประเทศไทยใช้เพื่อกระจายภาระอย่างเหมาะสม

    รวมทั้งรัฐต้องการผลักดันให้ประชาชนติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป ใช้ไฟจากพลังงานแสงอาทิตย์ หากผลิตไฟฟ้าได้เกินความต้องการ รัฐก็จะรับซื้อกลับ เพื่อนำไฟส่วนเกินไปกระจายใช้ในพื้นที่อื่น ถือเป็นการปฏิรูประบบไฟฟ้าให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากขึ้น

    นอกจากนี้ รัฐยังมีมาตรการคู่ขนานเพื่อลดผลกระทบช่วงเปลี่ยนผ่าน คือ มาตรการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป และได้รับสิทธิลดหย่อนภาษี รวมทั้งสามารถขายไฟฟ้าส่วนเกินปริมาณ 500 เมกะวัตต์ทั้งประเทศ โดยมีปริมาณพลังงานไฟฟ้าเสนอขายไม่เกิน 5 กิโลวัตต์ต่อมิเตอร์รับซื้อไฟฟ้า และได้กำหนดราคารับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินที่จำหน่ายไฟฟ้าเข้าระบบ 2.20 บาทต่อหน่วย ระยะเวลารับซื้อ 10 ปีควบคู่ไปด้วย และจะหารือแนวทางสนับสนุนอื่นๆเพิ่ม เช่น การใช้งบกลาง เงินของการไฟฟ้า และเงินชอร์ตฟอลจากส่วนต่างต้นทุนก๊าซธรรมชาติของ ปตท.เพื่อมาลดภาระค่า Ft ตั้งเป้าหมายให้ค่าไฟเฉลี่ยลดเหลือ 3.50 บาทต่อหน่วย ในระยะถัดไป

    พออ่านมาถึงตรงนี้แล้ว...ลองหยิบบิลค่าไฟมาดูกันอีกที บ้านเราอยู่กลุ่มไหน และเห็นด้วยหรือไม่กับการปรับโครงสร้างค่าไฟแบบ “เฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุข” ของท่านายกฯอนุทินว่ามา...

    Website: https://btimes.biz
    Facebook: https://web.facebook.com/btimesch3
    YouTube: https://www.youtube.com/@BTimes_ch3
    TikTok : https://www.tiktok.com/@btimes_ch3

    #ึค่าไฟฟ้า #โครงสร้างค่าไฟใหม่ #ค่าไฟแบบขั้นบันได #พลังงาน #ยิ่งใช้มากยิ่งจ่ายแพง #BTimes

    https://www.facebook.com/share/p/1Ftmz74U7p/
     
  14. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,103
    ค่าพลัง:
    +97,153
    อิหร่านประกาศแผนคุม "ช่องแคบฮอร์มุซ" 12 มาตรา ชี้สำคัญกว่านิวเคลียร์ และสั่งแบนเรืออิสราเอลถาวร

    รองประธานรัฐสภาอิหร่านประกาศกร้าวว่าการคุมช่องแคบฮอร์มุซคือยุทธศาสตร์ที่สำคัญกว่าอาวุธนิวเคลียร์ พร้อมออกกฎเหล็ก 12 ข้อ บังคับเรือทุกลำต้องขออนุญาตผ่านทาง เก็บค่าธรรมเนียมจากประเทศศัตรูเพื่อชดใช้ค่าเสียหายจากสงคราม และสั่งห้ามเรืออิสราเอลผ่านเข้า-ออกโดยเด็ดขาด

    https://www.facebook.com/share/18i4wLGkSU/
     
  15. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,103
    ค่าพลัง:
    +97,153
    "อีกไม่นานผมจะทำการตรวจสอบแผนการที่อิหร่านเพิ่งส่งมาให้เรา แต่ผมนึกภาพไม่ออกเลยว่ามันจะเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ ในเมื่อที่ผ่านมาพวกเขายังไม่ได้ ‘ชดใช้’ อย่างสาสมกับสิ่งที่ทำไว้กับมนุษยชาติและโลกใบนี้ตลอด 47 ปีที่ผ่านมา"
    FB_IMG_1777769753185.jpg
    https://www.facebook.com/share/p/1B5NHjDe8M/
     
  16. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,103
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ทรัมป์กล่าวถึงสถานการณ์ล่าสุด

    บอกว่าได้รับทราบ "โครงร่างข้อตกลง" แล้ว และพวกเขากำลังจะส่งตัวร่างเนื้อหาที่ชัดเจนมาให้

    มันเป็นการปิดล้อมที่เป็นมิตรมาก

    ตอบคำถามเรื่องการเริ่มโจมตีอีกครั้งว่ามีความเป็นไปได้ที่เรื่องนั้นจะเกิดขึ้น

    https://www.facebook.com/share/p/182NzetFCc/
     
  17. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,103
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สรุปประเด็นน่าสนใจเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานด้าน "ระบบพลังงาน" สำหรับ AI Data Center ที่กำลังเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ จาก Vikram Sekar

    การเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI ทำให้ระบบพลังงานต้องยกเครื่องใหม่ โดยมีประเด็นหลักดังนี้

    1. การเปลี่ยนสู่ระบบ 800V และ HVDC

    Data Center ต้องสร้างขึ้นใหม่ตั้งแต่ฐานรากเพื่อให้รองรับระบบ HVDC (High Voltage Direct Current) อย่างเต็มรูปแบบ ถึงจะรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบ 800V ได้จริง

    แนวทางระยะกลาง: จะใช้ Power Sidecars เพื่อจัดการกับระดับพลังงานมหาศาลต่อหนึ่ง Rack ด้วยแรงดันไฟฟ้าสูง

    แนวทางระยะยาว: Data Center จะถูกออกแบบให้กระจายพลังงานได้ในตัว (Distribute power) โดยไม่ต้องพึ่งพา Sidecars อีกต่อไป

    2. 4 กลุ่มธุรกิจที่ต้องจับตามอง (Four Umbrellas)

    WFE (Wafer Fab Equipment): กลุ่มเครื่องจักรผลิตต้นน้ำ ได้แก่

    AIXA (Aixtron)

    VECO (Veeco)

    Power Devices: กลุ่มชิปและอุปกรณ์พลังงาน ได้แก่

    IFNNY (Infineon)

    TXN (TI)

    NVTS (Navitas)

    POWI (Power Integrations)

    STM (STMicroelectronics)

    ON (onsemi)

    WOLF (Wolfspeed)

    Box Builders: กลุ่มผู้สร้างระบบโครงสร้างหลัก ได้แก่

    ETN (Eaton)

    VRT (Vertiv)

    SBGSY (Schneider Electric)

    Hardware Providers: กลุ่มผู้ผลิตฮาร์ดแวร์เชื่อมต่อ ได้แก่

    APH (Amphenol)

    TEL (TE Connectivity)

    Rosenberger (บริษัทนอกตลาด)

    3. การปรับตัวของ Supply Chain จาก EV

    สิ่งที่น่าสนใจที่สุดคือ Supply Chain ของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) กำลังเบนเข็มเข้าสู่ตลาด AI Data Center อย่างมหาศาล และหลายบริษัทกำลังมองหาลู่ทางในการปรับตัว (Pivot) มาทำด้านนี้แทน

    https://www.facebook.com/share/p/1Ebv6D8rkZ/
     
  18. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,103
    ค่าพลัง:
    +97,153
    จับตาทิศทางความมั่นคงใหม่ในยุโรปเมื่อเยอรมนีประกาศความพร้อมรับมือต่อการลดบทบาททางทหารของสหรัฐฯ

    พิสโตเรียสยันเยอรมนีเตรียมแผนรับมือล่วงหน้า หลังทรัมป์เดินหน้าถอนทหารสหรัฐฯ ออกจากยุโรป

    บอริส พิสโตเรียส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเยอรมนี ออกแถลงการณ์ตอบโต้กระแสความกังวลเกี่ยวกับการถอนกำลังทหารสหรัฐฯ ออกจากฐานทัพในยุโรป โดยระบุว่ารัฐบาลเบอร์ลินได้คาดการณ์และเตรียมความพร้อมต่อสถานการณ์นี้ไว้ล่วงหน้าแล้ว พร้อมย้ำว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวไม่ใช่ภาวะวิกฤต แต่เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่ายุโรปต้องพึ่งพาตนเองด้านความมั่นคงมากขึ้น

    ท่าทีดังกล่าวสอดรับกับนโยบาย "America First" ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่มุ่งเน้นการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการป้องกันประเทศนอกดินแดนสหรัฐฯ ส่งผลให้เยอรมนีและกลุ่มพันธมิตรนาโต (NATO) ต้องเร่งยกระดับงบประมาณกองทัพและการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ภายในภูมิภาค เพื่ออุดช่องว่างทางยุทธศาสตร์ที่อาจเกิดขึ้นจากการถอนกำลังพลในครั้งนี้

    ผู้เชี่ยวชาญมองว่านี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญของความสัมพันธ์ข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก โดยเยอรมนีกำลังก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำด้านความมั่นคงหลักในยุโรปเพื่อคานอำนาจและรักษาเสถียรภาพ ขณะที่ความร่วมมือทางทหารในอนาคตจะเปลี่ยนรูปแบบไปสู่การเป็นหุ้นส่วนที่พึ่งพาตนเองมากขึ้น มากกว่าการพึ่งพาศูนย์กลางอำนาจจากวอชิงตันเพียงอย่างเดียว

    อย่างไรก็ตาม ข้อมูลบางส่วนยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    Fact Check
    ✔ ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว: บอริส พิสโตเรียส รัฐมนตรีกลาโหมเยอรมนีระบุว่าเตรียมรับมือการถอนทหารสหรัฐฯ ไว้แล้ว
    ⚠ ข้อมูลที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ: รายละเอียดจำนวนกำลังพลที่แน่นอนและกำหนดการถอนทหารในแต่ละระยะ
    ✖ ข้อมูลที่ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน: แผนการตั้งฐานทัพร่วมถาวรใหม่ของยุโรปโดยไม่พึ่งพาสหรัฐฯ

    ระดับความน่าเชื่อถือของข่าว:
    Confirmed – เป็นแถลงการณ์โดยตรงจากรัฐมนตรีและสอดคล้องกับรายงานข่าวกรองระดับพหุภาคี

    Status: Developing Story – ข้อมูลอาจมีการอัปเดตเมื่อมีการยืนยันเพิ่มเติม
    Source: Reuters

    https://www.facebook.com/share/p/18QxM45F9D/
     
  19. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,103
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เตหะรานยกระดับสงครามจิตวิทยา ติดป้ายบิลบอร์ดขนาดยักษ์ล้อเลียนประธานาธิบดีสหรัฐฯ ท่ามกลางวิกฤตปิดช่องแคบฮอร์มุซที่ยืดเยื้อ

    อิหร่านเปิดตัวบิลบอร์ดเยาะเย้ยโดนัลด์ ทรัมป์ กลางกรุงเตหะราน บีบหัวใจโลกด้วยภาพเชิงสัญลักษณ์ "ปิดปาก" สหรัฐฯ

    มีรายงานว่าทางการอิหร่านได้ติดตั้งป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ในจุดยุทธศาสตร์ของกรุงเตหะราน โดยเป็นภาพใบหน้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ถูกปิดปากด้วยแถบกาวที่มีลักษณะคล้ายแผนที่ช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมข้อความระบุว่า "ถึงจุดแตกหัก" (At the Breaking Point) เพื่อตอบโต้มาตรการปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐฯ ที่พยายามกดดันเศรษฐกิจอิหร่านอย่างหนักในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา

    สถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซยังคงตึงเครียดถึงขีดสุด หลังกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) ประกาศควบคุมเส้นทางเดินเรือและเริ่มจัดเก็บค่าผ่านทางจากเรือพาณิชย์ในราคาสูงลิ่ว ขณะที่สหรัฐฯ ตอบโต้ด้วยการส่งกองเรือปิดล้อมท่าเรือหลักของอิหร่าน ทำให้เกิดสภาวะ "ปิดล้อมซ้อนปิดล้อม" (Dual Blockade) ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาพลังงานโลกและเส้นทางขนส่งสินค้าสำคัญ

    ด้านผู้นำสูงสุดของอิหร่าน อายะตุลลอฮ์ มุจตาบา คาเมเนอี ได้ออกแถลงการณ์กระตุ้นให้ชาวอิหร่านเตรียมพร้อมสำหรับ "ญิฮาดทางเศรษฐกิจ" โดยยืนยันว่าช่องแคบฮอร์มุซจะไม่ใช่ประเด็นในการเจรจาอีกต่อไป ขณะที่ทำเนียบขาวภายใต้การนำของทรัมป์ยังคงยืนกรานใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดเพื่อให้สถานการณ์กลับคืนสู่สภาวะปกติ ท่ามกลางความกังวลของนานาชาติว่าความขัดแย้งอาจบานปลายสู่สงครามเต็มรูปแบบ

    อย่างไรก็ตาม ข้อมูลบางส่วนยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    Fact Check
    ✔ ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว: อิหร่านติดตั้งบิลบอร์ดล้อเลียนโดนัลด์ ทรัมป์ ในกรุงเตหะราน และสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซยังคงมีการเผชิญหน้ากันระหว่างกองเรือทั้งสองฝ่าย
    ⚠ ข้อมูลที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ: รายละเอียดของร่างข้อตกลงลับที่ปากีสถานพยายามเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน
    ✖ ข้อมูลที่ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน: รายงานเรื่องการถอนกำลังของกองเรือสหรัฐฯ ออกจากพื้นที่ปิดล้อมตามข่าวลือในโซเชียลมีเดีย

    ระดับความน่าเชื่อถือของข่าว:
    Confirmed – รายงานจากสำนักข่าวระดับโลกและภาพถ่ายจากพื้นที่ยืนยันการติดตั้งบิลบอร์ดและการเผชิญหน้าในช่องแคบฮอร์มุซ

    Status: Developing Story – ข้อมูลอาจมีการอัปเดตเมื่อมีการยืนยันเพิ่มเติม
    Source: Reuters / Iran International

    https://www.facebook.com/share/p/18WpNJEwkk/
     
  20. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,103
    ค่าพลัง:
    +97,153
    กองทัพอวกาศสหรัฐฯ ประกาศเดินหน้าโครงการ "Golden Dome" เตรียมเปิดตัวระบบสกัดกั้นขีปนาวุธจากอวกาศภายในปี 2028

    วันที่ 24 เมษายนที่ผ่านมา กองทัพอวกาศสหรัฐอเมริกา (U.S. Space Force) ประกาศจัดตั้งโครงการพัฒนาเทคโนโลยีสกัดกั้นขีปนาวุธจากอวกาศภายใต้ชื่อระบบ "Golden Dome" โดยตั้งเป้าที่จะสามารถสาธิตขีดความสามารถเบื้องต้นได้ภายในปี ค.ศ. 2028

    โครงการดังกล่าวมีชื่ออย่างเป็นทางการว่า Space-Based Interceptor (SBI) หรือระบบ "Golden Dome" ซึ่งถูกริเริ่มขึ้นเพื่อพัฒนากลุ่มดาวเทียมสำหรับปกป้องสหรัฐฯ จากภัยคุกคามยุคใหม่ โดยเฉพาะอาวุธไฮเปอร์โซนิก (Hypersonic weapons) จากอวกาศ โดยเป็นส่วนหนึ่งของระบบป้องกันประเทศ Golden Dome for America ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศไว้เมื่อปีที่ผ่านมา

    เป้าหมายหลักของระบบ SBI คือ การสกัดกั้นและทำลายขีปนาวุธความเร็วสูงให้ได้ในทุกระยะการบิน ทั้งในขณะเครื่องยนต์จรวดกำลังขับดัน (Boost phase) ในช่วงกลางเส้นทางที่บินผ่านชั้นบรรยากาศระดับสูง (Midcourse phase) และช่วงร่อนลงสู่เป้าหมายด้วยความเร็วสูง (Glide phase)

    นาวาเอก ไบรอน แม็คเคลน (Bryon McClain) กองทัพอวกาศสหรัฐฯ ระบุว่า "ขีดความสามารถของศัตรูกำลังพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว สหรัฐฯ จึงต้องดำเนินกลยุทธ์การจัดหาให้เร็วยิ่งขึ้นเพื่อรับมือกับความเร็วและความสามารถในการหลบหลีกของขีปนาวุธสมัยใหม่"

    โดยในปัจจุบันทางกองทัพอวกาศสหรัฐฯ ได้เซ็นสัญญากับบริษัทเอกชน 12 แห่ง เพื่อร่วมกันสร้างระบบสกัดกั้นนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

    อย่างไรก็ตาม โครงการ "Golden Dome" กำลังเผชิญกับข้อสงสัยอย่างหนักในแง่ของงบประมาณและเทคโนโลยี ค่าใช้จ่ายของระบบถูกประเมินไว้กว้างมาก ตั้งแต่ 1.75 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 6.48 ล้านล้านบาท ไปจนถึงระดับสูงสุดที่ 3.6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 133.2 ล้านล้านบาท

    นักวิจารณ์ยังชี้ให้เห็นว่า การจะป้องกันขีปนาวุธเพียง 10 ลูก อาจต้องใช้ดาวเทียมหลายหมื่นดวงในวงโคจร อีกทั้งยังไม่เคยมีใครเคยเห็นการสาธิตเทคโนโลยีระดับนี้มาก่อน และเพื่อตอบโต้ข้อสงสัยดังกล่าว พลเอก ไมเคิล เกวทไลน์ (Michael Guetlein) รองผู้บัญชาการปฏิบัติการอวกาศ และผู้นำโครงการ Golden Dome ได้ออกมายืนยันอย่างหนักแน่นว่า "Golden Dome คือของจริง และไม่ใช่เพียงแค่ทฤษฎีอีกต่อไป"

    โดยเขาระบุว่าสหรัฐฯ และบริษัทคู่สัญญาด้านอวกาศมีเทคโนโลยีที่พร้อมจะทำให้ระบบนี้เกิดขึ้นจริงในทางฟิสิกส์ และตลอดเวลาที่ผ่านมาเราจำเป็นต้องเก็บโครงการนี้เป็นความลับเพื่อปกป้องเงินลงทุนของประเทศและป้องกันไม่ให้ศัตรูล่วงรู้ข้อมูลจนนำหน้าสหรัฐฯ ไปได้ ซึ่งความลับนี้เองที่อาจทำให้เกิดความสับสนในหมู่ประชาชน

    สำหรับระบบ Golden Dome ได้รับแรงบันดาลใจส่วนหนึ่งมาจากระบบ Iron Dome ของประเทศอิสราเอลที่ใช้สกัดกั้นจรวดและปืนใหญ่ โดยใช้การทำงานร่วมกันของระบบดาวเทียมและระบบป้องกันภัยทางอากาศทำการยิงสกัดและสร้างพื้นที่ปลอดภัยลักษณะคล้ายโดมขนาดใหญ่

    นอกจากนี้ยังมีแนวคิดที่คล้ายคลึงกับโครงการ Strategic Defense Initiative (SDI) หรือที่รู้จักกันในชื่อ "Star Wars" ของอดีตประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน ในช่วงทศวรรษที่ 1980

    แม้โครงการ SDI ในอดีตถูกมองว่าเป็นเพียงนิยายวิทยาศาสตร์และไม่เคยเกิดขึ้นจริงเนื่องจากต้องใช้งบประมาณมหาศาล มีข้อจำกัดทางเทคโนโลยี และถูกต่อต้านทางการเมือง ทว่าในปัจจุบันนี้ กว่า 4 ทศวรรษให้หลัง เทคโนโลยีอวกาศก้าวหน้าไปมาก การพัฒนาจรวดนำส่งที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ (Reusable launch vehicles) ได้ช่วยลดต้นทุนและระยะเวลาในการปล่อยดาวเทียมลงอย่างมหาศาล ทำให้แนวคิดการสร้างเครือข่ายดาวเทียมนับพันดวงบนอวกาศมีความเป็นไปได้มากกว่าในอดีต

    แม้จะยังมีคำถามมากมายว่าโครงการทางทหารมูลค่ามหาศาลนี้จะถูกรัฐบาลยกเลิกกลางคันเหมือนกับโครงการอื่น ๆ ในอดีตอย่าง SDI หรือไม่ แต่คำตอบของอนาคตระบบป้องกันภัยอวกาศ "Golden Dome" อาจจะเริ่มชัดเจนขึ้นเมื่อถึงเวลาสาธิตขีดความสามารถในปี 2028

    ที่มาของข้อมูล Space, US Spaceforce
    คลิกอ่านต่อบนเว็บไซต์ TNN Thailand

    #GoldenDome #Space #USSpaceforce #TNNTech

    https://www.facebook.com/share/1F4MCobSZX/
     

แชร์หน้านี้

Loading...