เรื่องเด่น เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันเสาร์ที่ ๒ พฤษภาคม ๒๕๖๙

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 2 พฤษภาคม 2026 at 22:31.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,286
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,105
    ค่าพลัง:
    +26,911
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันเสาร์ที่ ๒ พฤษภาคม ๒๕๖๙

     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,286
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,105
    ค่าพลัง:
    +26,911
    วันนี้ตรงกับวันเสาร์ที่ ๒ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ เมื่อวานนี้พวกเรานัดกันที่ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิเวลาบ่าย ๔ โมงครึ่ง กระผม/อาตมภาพกับ "น้องเล็ก" (นางสาวจิราพร ซื่อตรงต่อการ) อาศัยรถสาธารณะที่ "ดร.ดอย" (ดร.ภาณุพงศ์ วังประภา) เรียกให้ไปส่ง เพียงแต่ว่าต้องจ่ายค่าทางด่วนต่างหากอีก ๑๔๐ บาท ไปถึงสนามบิน ปรากฏว่าทุกคนมาพร้อมกันหมดแล้ว

    ส่วนที่อยู่เหลืออยู่ประกอบด้วย "เถ้าแก่ตี๋" (นายชวาลภพ วิทูรสุนทร) "เถ้าแก่จิ๊บ" (นายอรรถสิทธิ์ พึ่งอุตสาหะ) "เสี่ยกัง" (นายนิพนธ์ แซ่กัง) "เสี่ยโอ" (นายอุดมศักดิ์ จิระบัณฑิต) "ตากล้องเอ๋" (นายสุรชาติ บุญเจริญ) "คุณนายปุ๊ก" (นางสาวพิกุลฉัตร พิจารณ์จิตร) "คุณนายโย" (นางสาวทัศน์วรรณ พิพัฒน์รังสรรค์) "คุณหมอเก็บ" (แพทย์หญิงวัชรีพร ควรดำรงธรรม) และ "น้องข้าวหอม" (นักศึกษาแพทย์ณภัทร ควรดำรงธรรม) ซึ่งสองรายสุดท้ายนี้ถือว่าเป็นหน้าใหม่ในคณะ แต่ว่าเป็นหน้าเก่าที่เคยเจอหน้ากันมาในการทำบุญกันอยู่แล้ว

    พวกเราทำการเช็คอินแล้วก็ผ่านช่อง Fast Track เข้าไป นั่งรอกันอยู่ที่เลาจน์ของการบินไทย ซึ่งข้าวปลาอาหารอุดมสมบูรณ์เหลือเฟือมาก แต่กระผม/อาตมภาพได้มาแค่น้ำชาสองถ้วย เนื่องเพราะว่าเลยเวลาไปแล้ว พวกเราต้องรอกันจนกระทั่งเกือบจะ ๑ ทุ่มครึ่ง จึงไปยังทางออกขึ้นเครื่อง

    ปรากฏว่ายังไม่ทันจะเดินลงไป เจ้าหน้าที่ก็บอกว่าให้เทน้ำทิ้งให้หมด สรุปว่าตั้งแต่ตอนที่ผ่าน ตม.ก็โดนน้ำทิ้งไปครั้งหนึ่งแล้ว อุตส่าห์มาขอน้ำชาจากเล้าจน์ของการบินไทย ก็ยังโดนเททิ้งอีกต่างหาก แล้วยังมีการขอเปิดกระเป๋าเพื่อตรวจซ้ำกันตรงหน้าปากทางขึ้นเครื่องอีกรอบ ทำเอากระผม/อาตมภาพค่อนข้างสงสัยว่า ทำไมประเทศออสเตรเลียถึงต้องเข้มงวดกันนักหนาขนาดนี้ ?

    พวกเราขึ้นเครื่องไปแล้วก็นั่งรอเวลาเครื่องออก เจ้าหน้าที่เขามาสอบถามว่า "หลวงพ่อจะฉันภัตตาหารไหมครับ ?" กระผม/อาตมภาพบอกว่า "ตอนนี้ไม่เอา เนื่องเพราะว่าเป็นเวลาค่ำมืดขนาดนี้แล้ว รออาหารเช้าก็แล้วกัน" เจ้าหน้าที่บอกว่า "อาหารเช้าจะเสิร์ฟประมาณตี ๒ ของเมืองไทยนะครับ" กระผม/อาตมภาพบอกว่า "ถึงตี ๒ ก็ไม่เป็นไร"
     
  3. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,286
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,105
    ค่าพลัง:
    +26,911
    เมื่อเครื่องขึ้นเรียบร้อยแล้ว กระผม/อาตมภาพก็ส่งกำลังใจอุทิศส่วนกุศลที่ได้บำเพ็ญมา ให้แก่เจ้าที่เจ้าทางที่ดูแลรักษาตลอดเส้นทาง ในการเดินทางวันหนึ่งคืนหนึ่งนี้ ขอให้ทุกท่านอนุโมทนา และช่วยคุ้มครองรักษาให้คณะของเราเดินทางด้วยความสะดวกปลอดภัยทุกประการ

    หลังจากนั้นก็ปรับเก้าอี้นอน ส่งใจขึ้นไปกราบพระ คิดว่าภาวนาไม่นาน แต่ได้ยินเสียงกุกกักก็เลยลืมตาขึ้นมาดู ปรากฏว่าเป็นเวลาเกือบตี ๒ ของเมืองไทยแล้ว เนื่องเพราะว่านาฬิกาภายในโทรศัพท์นั้นยังไม่ปรับเวลาตามสถานที่ใหม่ ยังแสดงเวลาของกรุงเทพฯ อยู่

    กระผม/อาตมภาพจึงเดินไปเข้าห้องน้ำแล้วก็มานั่งรอ เห็นเขาเริ่มเสิร์ฟอาหารให้คนนั้นบ้าง คนนี้บ้าง แล้วเจ้าหน้าที่คนเดิมก็ถามว่า "หลวงพ่อรับน้ำชาร้อนไหมครับ ?" กระผม/อาตมภาพบอกว่า "ได้ก็ดี" เขาจึงนำน้ำชาร้อนมาให้ แล้วก็อาตมภาพฟังคำบรรยายจากภายในเครื่องตรงหน้าของตนเอง ที่ระบุไว้ว่ามาออสเตรเลียแล้วห้ามนำสิ่งโน้น สิ่งนี้ สิ่งนั้นเข้า แม้กระทั่งรองเท้าถ้าเปื้อนดินมาก็จะโดนลงโทษ..!

    กระผม/อาตมภาพก็ได้แต่กระเดือกน้ำลายลงคอ พอมาถึงตรงที่ว่า ถ้าใครมีอาการปวดหัว ตัวร้อน เจ็บคอ หรือว่าไอน้ำมูกไหล ต้องรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที กระผม/อาตมภาพจึงตัดสินใจควักยาขึ้นมาฉันตอนนั้นเลย พูดง่าย ๆ ว่าถ้าจะมีอาการปวดหัวตัวร้อนอะไรก็จะโดนยาสะกดลงไปก่อน

    เจ้าหน้าที่เดินมารอบสอง ถามว่า "หลวงพ่อจะรับน้ำชาเพิ่มไหมครับ ?" กระผม/อาตมภาพก็ผงกศีรษะรับ เขาจึงนำมาให้อีก ๑ ถ้วย แต่ฉันเสร็จเรียบร้อยจนเขาเก็บถ้วยไปแล้ว จนกระทั่งกัปตันประกาศว่ากำลังลดระดับลงสู่สนามบินนานาชาติเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย แปลว่ากระผม/อาตมภาพอดอาหารแน่นอน..!

    เมื่อมาทบทวนดูแล้วถึงได้เข้าใจว่า เจ้าหน้าที่น่าจะคิดว่ากระผม/อาตมภาพไม่ฉันภัตตาหาร จึงได้ส่งมาแต่น้ำชาสองถ้วย คิดแล้วก็ยังขำตนเองอยู่เหมือนกัน เมื่อเครื่องลงและจอดสนิทแล้ว พวกเราก็ต้องลงมานั่งรถบัส เข้าไปยังสนามบินด้านใน ผ่านการตรวจคนเข้าเมืองที่ค่อนข้างจะเข้มงวดมากจริงอย่างที่ว่าเสียด้วย ไม่ทราบเหมือนกันว่าเขาทำแบบนี้มาตลอดเวลาเลยหรือเปล่า ?

    แต่ว่าการผ่านเครื่องเอ็กซเรย์ตรงนี้นั้น ทำเอากระผม/อาตมภาพเสียของแพง ก็คือผ้าพัชมีน่าราคาแพงที่ "ท่านปิง" (พระมหากวีศิลป์ วิสุทฺธิกุโล) ประธานที่พักสงฆ์เวฬุวัน เมืองโบราณ จังหวัดสมุทรปราการถวายมา ไม่ทราบเหมือนกันว่าเครื่องเอ็กซเรย์ของเขามีลมพัดอยู่ข้างในหรืออย่างไร ? จึงทำให้ผ้าปลิวออกจากถาด แล้วก็หลุดเข้าไปในสายพาน กว่าเจ้าหน้าที่จะดึงออกมาได้ ก็เป็นอันว่าทั้งขาดทั้งเปื้อนไปเรียบร้อยแล้ว..!

    เท่านั้นยังไม่พอ กระผม/อาตมภาพยังต้องไปยืนถ่างขา กางแขน ให้เขาสแกนตัวอีกต่างหาก เผื่อว่าจะมีอะไรที่เป็นอันตรายกับทางเขาบ้าง เมื่อผ่านมาได้แล้ว เห็นป้ายบอกว่า "Welcome" กระผม/อาตมภาพก็ยังคิดว่า เอ็งยินดีต้อนรับจริงหรือเปล่า ? แต่ละอย่างที่ตรวจ เหมือนอย่างกับไม่ต้องการให้คนมาประเทศของคุณอย่างนั้นแหละ..!
     
  4. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,286
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,105
    ค่าพลัง:
    +26,911
    "คุณนายโย" ที่ไปสำรวจเส้นทางล่วงหน้า บอกว่ามีเล้าจน์ของ Star Alliance ซึ่งถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของการบินไทย ให้กระผม/อาตมภาพเข้าไปฉันภัตตาหารเช้าในนั้นได้ เข้าไปแล้วก็รู้สึกดีใจที่ไม่ได้ฉันบนเครื่อง เพราะว่าอาหารในนี้มากมายเหลือเฟือทีเดียว ฉันเสร็จแล้วมานั่งรออยู่ตรงบริเวณที่พัก เพราะว่าเครื่องของเราจะออกก็เวลาเกือบจะบ่ายโมงของทางด้านนี้

    เมื่อเดินไปเข้าห้องน้ำ "เถ้าแก่ตี๋" เป็นคนนำไป บอกว่าไปทางห้องอาบน้ำดีกว่า ส้วมภายในสะอาดมาก เมื่อเข้าไปแล้ว กระผม/อาตมภาพที่ตั้งใจจะซักแห้ง เห็นความอลังการหรูหราของห้องอาบน้ำเขาแล้วก็อดใจไม่ได้ จึงไปคว้าผ้าเช็ดตัวจากในตู้ออกมา แล้วก็ทำการลอกคราบตัวเองทิ้งไปชั้นหนึ่ง เพียงแต่ว่าตอนพับจีวรห่มดองใหม่นั้น ค่อนข้างจะช้า ออกมาจึงต้องสารภาพกับทุกคนว่า "ไปสรงน้ำมาเรียบร้อยแล้ว"

    ครั้นกลับมาที่นั่งของตัวเอง ปรากฏว่า eSIM ที่ให้ "ไอ้ตัวเล็ก" (นางสาวพัชรีภรณ์ หยกอุบล) ซื้อให้นั้น เป็น eSIM เฉพาะของประเทศนิวซีแลนด์ ไม่สามารถจะใช้ที่เมลเบิร์นนี้ได้ จึงต้องอาศัย Hotspot ของ "ตากล้องเอ๋" ทำการส่งงานให้กับทุกคน

    เมื่อใกล้เวลาก็เดินไปรอขึ้นเครื่อง ปรากฏว่าทางคณะของเรานั้น ได้ที่นั่งตรงแถวที่เป็นประตูฉุกเฉินพอดี เจ้าหน้าที่จึงทำการโยกย้ายเราทั้งสามคนไปคนละทิศคนละทาง ยังดีที่กระผม/อาตมภาพแลกที่นั่งกับ "คุณนายปุ๊ก" ได้ จึงไปนั่งยังที่ Business Class แทน แล้วเขายังมีอาหารกลางวันให้อีกต่างหาก แม้ว่าจะเป็นเวลาบ่าย ๒ โมงของที่นี่แล้วก็ตาม แต่ว่าเวลาของเราเร็วกว่าบ้านเราถึง ๓ ชั่วโมง ก็แปลว่าบ้านเรานั้นเพิ่งจะ ๑๑ โมงเท่านั้นเอง..!

    แต่เมื่อรับมาแล้ว กระผม/อาตมภาพก็ต้องส่งคืน เพราะว่าแอพพิไทเซอร์นั้นเป็นเนื้อปลาแซลมอนดิบสีส้ม น่ากินมาก แต่ขอโทษเถอะ...พระไม่สามารถที่จะฉันอาหารดิบได้ ทางเจ้าหน้าที่ก็มาซักไซ้ว่าทำไมถึงไม่ฉัน ภาษาที่เขาพูดฟังค่อนข้างยาก กระผม/อาตมภาพต้องขอฟังซ้ำเสียก่อน แต่จะให้อธิบายว่าเป็นศีลพระก็ใช่ที่ บอกเขาว่าเก็บไปก็แล้วกัน เขาจึงหายไปพักใหญ่ แล้วก็นำอาหารหลักที่เวฟเสียจนขอบไหม้มาเลย บอกว่าคราวนี้ร้อนแน่นอนแล้ว ท่านต้องฉันได้แน่
     
  5. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,286
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,105
    ค่าพลัง:
    +26,911
    กระผม/อาตมภาพเองขำก็ขำ เขาคงคิดว่าอาหารที่เอามาครั้งแรกนั้นเย็น แล้วกระผม/อาตมภาพรังเกียจไม่ฉันกระมัง ? จึงจัดการกวาดอาหารร้อน ๆ ลงท้อง เสร็จเรียบร้อยพอเขาเก็บข้าวของไปแล้ว ก็ปรับเก้าอี้นอนภาวนา เพิ่งรู้สึกว่าคุยกับ "พี่ราหู" ได้ไม่กี่นาที ก็มีมือมาเขย่าปลุก บอกว่าให้ปรับเก้าอี้ตรง เพราะว่าเครื่องจะลงที่ท่าอากาศยานนานาชาติโอ๊คแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์แล้ว..!

    เมื่อลงมา กระผม/อาตมภาพเดินนำหน้าอยู่ ก็ไม่คิดว่าตนเองเดินเร็ว มาจนกระทั่งถึง ตม. พอส่งหนังสือเดินทางให้ เขาถามว่า "Where're you travel from ?" อาตมภาพฟังแล้วก็งง ถามซ้ำอีกทีว่า "Sorry, repeat." เขาก็เลยพูดซ้ำ ถึงได้รู้ว่าสำนวนก็ไม่คุ้นเคย สำเนียงก็ไม่คุ้นเคย จึงตอบเขาไปว่า "Thailand"

    อีกฝ่ายหนึ่งตรวจสอบรายชื่อทีละตัวอักษรแล้วประทับตราเข้าเมืองให้ แต่พวกเราก็ต้องมาเข้าแถวรอให้เจ้าหน้าที่เขาทำการติดสติ๊กเกอร์หลังพาสปอร์ตอีกด่านหนึ่ง เพื่อที่จะรับรองว่าคุณไม่มี "ของต้องสำแดง" ส่วนใครมี "ของต้องสำแดง" จะไม่มีสติ๊กเกอร์ติดหลังหนังสือเดินทาง

    พวกเราหลุดอออกมาแล้ว ปรากฏว่า "ตากล้องเอ๋" ไม่ทราบจับพลัดจับผลูอีท่าไหน ฟังภาษาเขาไม่รู้เรื่องหรืออย่างไรก็ไม่ทราบ ? ไม่ได้ติดสติ๊กเกอร์มา ส่วน "เถ้าแก่จิ๊บ" ซึ่งทำหน้าที่ต้องแสดงอาหารไทยที่ขนมา ก็เดินหายไปเสียแล้ว จึงต้องทำให้ "น้องเล็ก" กลับไปอธิบายให้เขาฟังว่าทำไมถึงเป็นเช่นนี้ แล้วก็เปิด Electronic Visa ให้ดูว่าได้รับอนุญาตให้เข้าเมืองจริง ๆ "ตากล้องเอ๋" จึงหลุดผ่านด่านออกมาได้อย่างทุลักทุเล..!

    พอเดินออกมาทางด้านนอก กระผม/อาตมภาพก็เจอสองแม่ลูก ซึ่งรู้ทีหลังว่าคือคุณพนิดา รพิพันธุ์ เอเว่นส์ และลูกชายคือนายเอเดน เดชาธร เอเว่นส์ ไม่ทราบเหมือนกันว่ามาดักรออยู่นานเท่าไร ? บอกว่าเป็น FC วัดท่าขนุน ขออนุญาตทำบุญกับหลวงพ่อด้วย
     
  6. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,286
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,105
    ค่าพลัง:
    +26,911
    กระผม/อาตมภาพเองต้องหาที่นั่งเพื่อรับการถวายสังฆทาน ซึ่ง "คุณพนิดา" ถวายเป็นเงินนิวซีแลนด์มา ๒๐๐ ดอลลาร์ แล้วก็ยังมีต่างหูทองคำวงใหญ่อีก ๒ ชุด ซึ่งน้ำหนักรวมกันแล้ว น่าจะเป็นทองคำถึง ๑ บาท แต่มาขำตรงที่ลูกชายก็คือเอเดนบอกว่า "แม่เป็นสตอล์กเกอร์ มาคุกคามหลวงพ่อ..!" ทำเอากระผม/อาตมภาพขำก็ขำ แต่หัวเราะไม่ออก อวยชัยให้พรแล้วก็ขออนุญาตแยกตัวออกมา

    ปรากฏว่าต้องรอให้ "เถ้าแก่จิ๊บ" กับ "เสี่ยโอ" ที่ไปเช่ารถแจ้งมาก่อนว่าได้รถหรือยัง ? ระหว่างที่ยืนรออยู่ อาตมภาพจึงแวะเข้าไปที่ร้านขายของที่ระลึก เพื่อที่จะซื้อหาของที่ระลึกให้หมดเรื่องหมดราวไปเลย เนื่องเพราะว่าทางคณะร่วมกันถวายปัจจัยมา ๕๐๐ เหรียญนิวซีแลนด์ แต่บอกว่า "หลวงพ่อไม่ต้องใช้หรอกครับ บ้านเขาสแกนจ่ายเกือบทุกที่..!"

    กระผม/อาตมภาพจึงหยิบนกกีวีกับแกะมาเพื่อที่จะเป็นของที่ระลึก โดยมี "เถ้าแก่จิ๊บ" สแกนจ่ายให้ เมื่อพวกเราพร้อมแล้วก็เดินไปยังลานให้เช่ารถ ถึงได้รู้ว่าได้รถ Kia Carnival มาสองคัน แต่ก็วิ่งนุ่มนวลใช้ได้ทีเดียว รถของเราอาศัยกูเกิ้ลแม็พ วิ่งมาจนกระทั่งถึงที่พักของคืนนี้ ก็คือ JetPark Auckland Airport Hotel

    เมื่อเข้ามาถึงห้อง กระผม/อาตมภาพก็ยังคิดว่าเปลืองเงินเสียเปล่า ๆ เพราะว่าเป็นห้องใหญ่มาก และมีเตียงคู่ถึงสองชุด แปลว่านอนได้สบาย ๆ ๔ คน แต่ต้องมาเหมาอยู่คนเดียวเท่านั้น ออกจะเกรงใจเจ้าภาพอยู่เหมือนกัน เพราะว่าเงินนิวซีแลนด์นั้น ราคาอยู่ในระดับ ๑ เหรียญเท่ากับ ๒๐ บาทไทยเลยทีเดียว..!

    สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
    วันเสาร์ที่ ๒ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
    (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...