เรื่องเด่น เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันจันทร์ที่ ๒๙ มิถุนายน ๒๕๖๙

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 29 มิถุนายน 2026.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,620
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,171
    ค่าพลัง:
    +26,963
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันจันทร์ที่ ๒๙ มิถุนายน ๒๕๖๙


     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,620
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,171
    ค่าพลัง:
    +26,963
    วันนี้ตรงกับวันจันทร์ที่ ๒๙ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๙ เป็นวันพระขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๘ แรก ถ้าว่ากันตามตำราไสยศาสตร์ ก็เรียกว่า "วันจันทร์ซ้อนจันทร์" ก็คือเป็นวันที่พระจันทร์เต็มดวงแล้วตรงกับวันจันทร์ด้วย จะเป็นเรื่องที่เขาใช้ในการปลุกเสกวัตถุมงคลด้านเมตตามหานิยม ซึ่งหลายตำราก็จะใช้ฤกษ์นี้

    แต่คราวนี้ส่วนที่พวกเราจะต้องทำก็คือลงอุโบสถทบทวนพระปาฏิโมกข์ เนื่องเพราะว่าเป็นสังฆกรรมที่สำคัญมาก ขนาดพระมหากัปปินเถระที่เป็นพระอรหันต์แล้ว พอวันพระขึ้น ๑๕ ค่ำ ท่านก็รำพึงว่า "เราเป็นพระอรหันต์แล้ว ไม่ต้องลงปาฏิโมกข์ก็ได้" พระพุทธเจ้าต้องส่งฉัพพรรณรังสีเหมือนกับพระองค์ท่านไปปรากฏอยู่ตรงหน้าเลย ตรัสว่า "ดูก่อน..กัปปินะ ถ้าหากว่าพระภิกษุทุกรูปคิดแบบเธอ ศาสนานี้ก็จะตั้งอยู่ไม่ได้..!"

    ความจริงวันนี้ กระผม/อาตมภาพมีงานที่พุทธมณฑล ก็คืองานอบรมเจ้าอาวาสใหม่ ซึ่งเจ้าภาพก็คือสถาบันพระสังฆาธิการแบบปีก่อน ๆ แต่ด้วยความที่ตรงกับวันพระใหญ่จึงไม่ไป เนื่องเพราะว่าการจัดงานนั้นต้อง "ดูตาม้าตาเรือ" ด้วย ไม่ใช่สักแต่เอาความสะดวกของตนเอง แล้วไม่ดูว่าขนบธรรมเนียมประเพณีเป็นอย่างไร

    ตรงกับวันพระใหญ่ขนาดนี้ยังอุตส่าห์จัดงานมาชนกันอีก ถ้าลักษณะนี้จะกลายเป็นว่าเราทำลายพระพุทธศาสนาเสียเอง เนื่องเพราะว่าทุกวันนี้ ญาติโยมก็ให้ความสำคัญกับวันพระน้อยลง ถ้าหากว่าเราไม่ให้ความสำคัญด้วย ก็กลายเป็นว่าวันพระหมดความสำคัญไปโดยปริยาย..!

    โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยสงฆ์ วิทยาเขต หรือวิทยาลัยสงฆ์บางแห่ง จัดการเรียนการสอนตรงกับวันพระ ซึ่งกระผม/อาตมภาพถ้าหากว่าสามารถที่จะบอกจะกล่าวได้ ก็จะบอกกล่าวให้เขาได้รู้สึกตัวว่า ในเมื่อเป็นมหาวิทยาลัยสงฆ์ เป็นวิทยาเขต หรือวิทยาลัยสงฆ์ เราสอนพระภิกษุสามเณรออกไป เพื่อเป็นครูบาอาจารย์ของคนอื่นเขา ก็ควรที่จะรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรม ตลอดจนกระทั่งพระธรรมวินัยของเราให้เคร่งครัด

    ไม่ใช่ไปจัดงานตรงกับวันพระ หรือว่าจัดการเรียนการสอนตรงกับวันพระ ซึ่งสมัยก่อนนั้น มีการหยุดในช่วงของวันพระ แม้ว่าบางทีวันโกนจะยังมีการเรียนอยู่ก็ตาม แต่ปัจจุบันนี้หลายแห่งไม่ให้ความสำคัญแล้ว ก็อยากจะเรียนถวายท่านทั้งหลายว่า ถ้าพระเณรของเราไม่ให้ความสำคัญกับวันพระ แล้วใครจะเป็นคนให้ความสำคัญกับตรงนี้ ? บางเรื่องเราจะไปคิดว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ความจริงแล้วเป็นการบ่อนทำลายพระพุทธศาสนาชนิดถึงรากถึงโคน..!
     
  3. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,620
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,171
    ค่าพลัง:
    +26,963
    โดยเฉพาะในส่วนของบรรดาวิทยาลัยสงฆ์ต่าง ๆ อย่างที่กระผม/อาตมภาพเจอมา ก็คือครูบาอาจารย์สอนว่า "เราเรียนมาเหน็ดเหนื่อยทั้งวัน ถ้าหากว่าหิวขึ้นมาก็สามารถรับประทานอาหารหลังเที่ยงได้ เพราะว่าเป็นอาบัติเล็กน้อยที่แสดงคืนได้" จึงเป็นเรื่องที่เราท่านทั้งหลายจะต้องตระหนักเอาไว้ว่า ถ้าในระดับครูบาอาจารย์ยังสอนแบบนี้ แล้วเราจะฝากพระพุทธศาสนาไว้กับใครได้ ?!

    อีกส่วนหนึ่งในระยะนี้จะมีบุคคลที่ไปโพสต์ลงสื่อโซเชียลต่าง ๆ อยู่ในลักษณะ "ล่อเป้า" เพราะว่าจะมีคนเข้าไปแสดงความเห็นเป็นจำนวนมาก ตัวเองก็ได้ยอดไลค์ หรือว่ายอดวิว สร้างรายได้ให้กับตัวเอง

    อย่างเช่นวันนี้ก็มีที่ไปโพสต์ว่า "ผมไม่บวชหรอก เพราะว่าพระสมัยนี้ทำแต่เรื่องชั่ว ๆ" ซึ่งถ้าหากว่าคุณเป็นคนดีจริง ทำไมไม่เข้ามาบวช ? จะได้ช่วยกันสร้างคุณงามความดีในพระพุทธศาสนา เพื่อค้ำจุนทุกสิ่งทุกอย่างให้ดีขึ้น แต่กลับไปโพสต์ล่อเป้าเพื่อหวังยอดไลค์ ยอดวิว แล้วบรรดาบุคคลที่เป็นมิจฉาทิฏฐิก็แห่กันเข้ามา ประมาณว่าการบวชนั้น บ้านไม่ต้องเช่า ข้าวไม่ต้องซื้อ อยู่สบาย กินสบาย ทำตัวเป็นนายชาวบ้าน ก็แล้วแต่จะว่ากันไป..!

    กระผม/อาตมภาพแค่อยากจะถามว่า
    "ในเมื่อบวชแล้ว อยู่สบาย กินสบาย บ้านไม่ต้องเช่า ข้าวไม่ต้องซื้อ ภาษีไม่ต้องเสีย แล้วทำไมคุณไม่เข้ามาบวช ?" ส่วนใหญ่ก็อยู่ในลักษณะ "ตีหัวเข้าบ้าน" ก็คือพูดในลักษณะกระหน่ำซ้ำเติมพระพุทธศาสนาหรือว่าวัดวาอารามได้ จะรู้สึกว่าเท่มาก โดยที่ไม่ได้รู้เลยว่าโทษหนักเกิดกับตนเองไปแล้ว..!

    โดยเฉพาะถ้าหวังจะปฏิบัติเพื่อมรรคเพื่อผลก็เป็นอันว่าจบกันไปเลย เนื่องเพราะว่าปรามาสพระรัตนตรัยไปเต็ม ๆ โดยเฉพาะเป็นบุคคลที่ปัญญาน้อย ไม่สามารถที่จะแยกพระพุทธศาสนาออกจากตัวบุคคลได้ เท่านั้นยังไม่พอ ยังมีการซ้ำเติมด้วยสภาพจิตที่มุ่งร้ายเป็นปกติ โอกาสที่จะรอดจากอบายภูมิจึงเป็นเรื่องที่ยากมาก
    ต้องบอกว่าคนโบราณมีความเข้าใจเรื่องเหล่านี้ดีกว่า ถึงใช้คำว่า "ชั่วช่างชีดีช่างสงฆ์" พูดง่าย ๆ ก็คือไม่ไปช่วยซ้ำเติม ไม่ไปยุ่งเกี่ยวด้วย เพราะว่าโอกาสขาดทุนมีสูงมาก..!

    แล้วอย่างในปัจจุบันที่ทางตำรวจไปบังคับใช้กฎหมายเพื่อให้วัดวาอารามย้ายออก เนื่องเพราะว่าไปบุกรุกที่ของทางราชการ ก็ไปช่วยกันด่าในลักษณะว่าตำรวจรับงานมาบ้าง เป็นตัวทำลายพระศาสนาบ้าง แต่ทำไมไม่ดูว่าเหตุใดเขาถึงต้องไปบังคับใช้กฎหมาย ?

    ก็เพราะว่าทางพระภิกษุ สามเณร แม่ชี ฆราวาส ไปละเมิดกฎหมายด้วยการบุกรุกพื้นที่ของทางราชการเขา ขนาดศาลฎีกามีคำสั่งให้ย้ายออกก็ดื้อแพ่ง ไม่ยอมย้าย แล้วก็ไปกล่าวหาบุคคลที่บังคับใช้กฎหมายในลักษณะที่ว่ารับงานมาบ้าง ทำลายพระพุทธศาสนาบ้าง อยู่ในลักษณะ
    เห็นความผิดของคนอื่น แต่ไม่เห็นความผิดของตัวเอง

    ต้องบอกว่าเป็นเรื่องที่น่าสงสารมาก เนื่องเพราะว่าบรรดาศิษย์ส่วนใหญ่ หรือว่าบุคคลที่ไม่เข้าใจสถานการณ์ก็เฮตามกันไป แล้วเป็นการตามไปในลักษณะที่เสียหายมากกว่าดี จึงเป็นเรื่องที่เราท่านทั้งหลายจะต้องตระหนักให้แน่ชัดว่า
    สถานการณ์ของพระภิกษุสามเณรของเรา ตลอดจนกระทั่งพระพุทธศาสนาไม่ได้มั่นคงเลย
     
  4. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,620
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,171
    ค่าพลัง:
    +26,963
    อย่างช่วงอาทิตย์นี้ก็มีการขอยอดพระภิกษุสามเณร จากทางด้านสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ โดยรายชื่อที่ส่งมานั้น หลายต่อหลายท่านก็สึกหาลาเพศหรือว่ามรณภาพไปแล้ว แต่ห้ามเอาออก เพียงแต่ให้หมายเหตุว่าสึกหาลาเพศ หรือว่ามรณภาพเท่านั้น วัดท่าขนุนของเราที่มีพระภิกษุสามเณร ๔๐ รูป จึงกลายเป็นว่ามีชื่ออยู่ในบัญชีที่เขาส่งมาให้แก้ไขชื่อฉายาให้ถูกต้องถึง ๗๘ รูปด้วยกัน..!

    กระผม/อาตมภาพคาดว่าทางสำนักงานพระพุทธศาสนาจะนำไปเป็นข้ออ้าง ในการของบประมาณจากรัฐบาล ก็คือเอายอดมากไว้ก่อน โดยอ้างจำนวนพระภิกษุสามเณร ต่อให้เราหมายเหตุไปว่าสึกหาลาเพศหรือมรณภาพแล้ว เขาก็แค่ลบหมายเหตุออกเท่านั้นก็จบ..!

    ทุกท่านก็จะเห็นว่าถ้าเป็นไปตามที่กระผม/อาตมภาพคาดเดา ก็คือไม่มีความตรงไปตรงมาตั้งแต่แรกแล้ว และเจตนาก็ค่อนข้างที่จะชัดเจน เนื่องเพราะว่าโดยปกติแล้ว ทุกวัดจะต้องรายงานยอดพระภิกษุสามเณร ตลอดจนกระทั่งแม่ชีและเด็กวัด หลังจากเข้าพรรษาแล้ว ๕ - ๗ วัน ไม่ใช่อยู่ ๆ ก็มาขอกันในช่วงนี้ แล้วยังไม่ให้ลบรายชื่อที่เกินทิ้งด้วย แต่ให้แก้ไขให้ถูกต้องตามข้อมูลที่เคยมี แบบนี้จะไม่ให้สงสัยความบริสุทธิ์ใจของเขาก็ย่อมเป็นไปไม่ได้..!

    ในเมื่อหน่วยงานที่สร้างขึ้นมาเพื่อพระพุทธศาสนา ถ้าทำแบบนี้ก็คือหาความตรงไปตรงมาไม่ได้ แล้วเราจะไปตั้งความหวังกับอะไรได้ ?! ก็ได้แต่ตั้งหน้าตั้งตาประพฤติดีปฏิบัติชอบ เพื่อรักษาตนเองให้รอดเอาไว้ ถ้าหากว่าทุกท่านมีความพร้อมเพรียงกันกระทำ อย่างน้อยในสถานที่นั้นก็ยังสามารถสร้างความเลื่อมใสให้แก่ญาติโยมเขาได้ ไม่ใช่โดนเขาตีกินว่า "ผมไม่บวชหรอก เพราะสมัยนี้พระเณรทำแต่เรื่องชั่ว ๆ ทั้งนั้น..!"

    สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณร และญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
    วันจันทร์ที่ ๒๙ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๙
    (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...