ซูกระแท้ว....แซวกระทู้....

ในห้อง 'Black Hole' ตั้งกระทู้โดย raming2555, 14 เมษายน 2014.

  1. raming2555

    raming2555 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 ธันวาคม 2012
    โพสต์:
    1,552
    ค่าพลัง:
    +19,665
    [​IMG]
    พระครูท่านหนึ่งได้กล่าวเอาไว้
    :p:p:p
     
  2. raming2555

    raming2555 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 ธันวาคม 2012
    โพสต์:
    1,552
    ค่าพลัง:
    +19,665
    บุญทานนั้น ก็สำคัญ ต้องทำอยู่เสมอ...
    แต่ว่า ศีลนี้ จำเป็นมากอยู่...เพราะเป็นบาทฐานรองรับ บุญ กุศล ที่ได้ทำลงไป...
    อาหารจะรสเลิศดีเพียงใด มากมายขนาดไหน(ทาน) หากบรรจุเอาไว้ในภาชนะ(ศีล)อันสกปรกโสโครกแล้ว อาหารนั้นย่อมกลายเป็นของน่ารังเกียจไปด้วยกัน...

    ผลของทานที่ทำเอาไว้ดีแล้ว จะทำให้จิตใจมีความอ่อนโยนลง...
    ศีลที่รักษาไว้ดีแล้ว ย่อมตัดความกังวล ในสิ่งชั่วทั้งหลายออกจากใจไปเสียได้...
    เมื่อนั้น บุคคลย่อมพร้อมต่อการเจริญภาวนา เพื่อ ลด ละ เบื่อหน่าย คลายกำหนัด เพื่อออกจากกาม...เป็นไปเพื่อความรู้สึกตัวทั่วพร้อม มีสติตั้งมั่นดีแล้ว เพียรพิจารณาตามรู้ตามดูจิต ย่อมเกิดผลได้ ไม่มากก็น้อย...

    แต่การภาวนาในเบื้องต้นนี้ เหมือนจะเป็นของยาก สำหรับปุถุชนทั้งหลาย...
    ดังนั้นจึงขอให้เริ่มต้นจากการสวดมนต์ให้ได้วันละประมาณ 1 ชั่วโมง...
    การสวดมนต์ที่นานเกินกว่า 30 นาทีไปแล้ว จิตใจจะเริ่มรวมตัว ขังตัว เอาไว้ในกาย ไม่ส่งออกพลุ่งพล่าน อาการที่จิตเริ่มเป็นสมาธิ จะค่อยๆเกิดขึ้นทีละน้อย ทีละน้อย...
    ทำแบบนี้ทุกๆวันไป... 3 เดือนไปแล้ว ย่อมเห็นผล ของใจตนเองว่า สามารถสงบ ระงับ จากทุกขเวทนาทั้งหลาย อันมีอารมณ์ร้ายต่างๆที่เข้ามากระทบใจ ได้ในระดับหนึ่ง โดยใจของตนไม่ต้องฝืนข่ม ในการระงับอารมณ์เหล่านั้น...จิตยังคงเป็นผู้รู้อยู่ ดูอยู่ แต่ไม่ข้องด้วยอารมณ์ชั่วเหล่านั้น มากนัก...
     
  3. ราคุเรียวซาย

    ราคุเรียวซาย เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 มีนาคม 2009
    โพสต์:
    2,940
    ค่าพลัง:
    +8,517
    อนุโมทนา สาธุค่า

    ทาน ศีล ภาวนา

    ภาวนา คือการ วิปัสนา รึป่าวคะ
     
  4. raming2555

    raming2555 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 ธันวาคม 2012
    โพสต์:
    1,552
    ค่าพลัง:
    +19,665
    ภาวนา หลวงพ่อท่านให้แปลว่า ทำให้มีขึ้น ทำให้เกิดขึ้น...
    ส่วนวิปัสสนา ท่านแปลว่า ปัญญา...

    การภาวนา คือ การเจริญสมาธิ...เจริญสติ...เพื่อให้เข้าถึง ปัญญา คือ วิปัสสนา
    การเจริญสมาธิ คือ การทำให้มีสมาธิเกิดขึ้น นี่คือภาวนา
    การเจริญสติ คือ การทำให้มีสติ เกิดขึ้น นี่คือภาวนา

    สติที่ขาดสมาธิ ก็เป็นแต่เพียงความฟุ้งซ่าน
    สมาธิที่ขาดสติ ก็เป็นแต่เพียง ตอไม้

    การภาวนา จึงต้องเจริญทั้งสมาธิ และเจริญทั้งสติ ควบคู่กันไป โดยมีปัญญาเป็นเครื่องชี้วัด
    สมาธิที่ไม่เกิดปัญญา ก็เรียกว่า มิจฉาสมาธิ
    สติที่ไม่ก่อให้เกิดปัญญา ก็เรียกว่า มิจฉาสติ

    ตัวอย่างของสมาธิที่ไม่เกิดปัญญาก็คงรู้มาแล้วหลายพวกด้วยกัน เช่น พวกที่ฝึกวิชาไสยศาสตร์ มนต์ดำทั้งหลาย นี้คือมิจฉาสมาธิ เป็นต้น
    แต่มิจฉาสตินี้ หลายคนไม่เคยได้ยิน นึกตัวอย่างไม่ออก

    ในที่นี้จะยกตัวอย่าง นักย่องเบา ที่จะปีนเข้าไปขโมยของ ...
    นักย่องเบานี้ก็มีสติ ระมัดระวังไม่ให้เกิดเสียงดัง คอยระวังไม่ให้ไปกระทบอะไรที่จะเกิดเสียงได้ นี่คือ สติ แต่เป็น มิจฉาสติ อย่างนี้เป็นต้น...

    สัตว์เองก็มีการฝึกสติเช่นเดียวกัน...ไม่ใช่ไม่มี...
    ยกตัวอย่างเช่นแมว เป็นต้น การย่างก้าวของแมว แต่ละก้าว เวลาจะย่อง มีความระมัดระวัง เดินเบา เงียบ...
    จนมีคำยกมาเปรียบ พวกที่ย่องเบาว่า ตีนแมว...
    นี่คือ สติ...สติของแมว...แต่ไม่ใช่สัมมาสติ...เพราะปัญญา ไม่เกิด...
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 4 พฤศจิกายน 2015
  5. raming2555

    raming2555 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 ธันวาคม 2012
    โพสต์:
    1,552
    ค่าพลัง:
    +19,665
    [​IMG]
     
  6. raming2555

    raming2555 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 ธันวาคม 2012
    โพสต์:
    1,552
    ค่าพลัง:
    +19,665
    สมัยก่อน ลูกศิษย์หลวงปู่ดู่ เอาพระหลวงปู่ดู่มาให้กำเอาไว้ นัยว่า เพื่อจะจับพลัง...
    ผมเห็นหลวงปู่ดู่ก่อน เห็นหลวงปู่ทวดนั่งข้างหลังหลวงปู่ดู่ และเห็นพระพุทธรูปองค์นี้อยู่ข้างหลังหลวงปู่ทวดอีกครั้งหนึ่ง ในชุดทรงเครื่องแบบนี้...

    ลูกศิษย์ท่านนี้ยืนยันว่าที่เห็นนั้นถูกแล้ว...
    ต่อมาได้มีโอกาสไปกราบ หลวงน้าสายหยุด ท่านให้พระมากำเอาไว้ แล้วสอนภาวนา คือ อานาปาณสติ พร้อมกับบริกรรมคำว่า
    พุทธัง สรณัง คัจฉามิ
    ธัมมัง สรณัง คัจฉามิ
    สังฆัง สรณัง คัจฉามิ

    แล้วท่านก็ถามว่าเห็นอะไรในองค์พระไหม...
    เวลานั้นก็เห็นเหมือนเดิม คือเห็นหลวงปู่ดู่ก่อน ต่อมาเห็นหลวงปู่ทวดนั่งข้างหลัง และมีพระพุทธรูปทรงเครื่องนี้ เช่นเดิม...

    หลวงน้าสายหยุด ท่านยิ้มแล้วก็บอกว่า "ที่เห็นน่ะ ถูกแล้ว...องค์เดียวกัน"
    จากนั้นท่านก็อธิบายว่า หลวงปู่ดู่ ก็คือหลวงปู่ทวด ซึ่งก็คือพระศรีอริยเมตตรัย...
    ตอนนั้น พระพุทธรูปองค์นี้ ตั้งอยู่ ในศาลา ที่เดินทะลุผ่านจากระเบียง กุฎิหลวงปู่ดู่ได้เลย ห้องติดกระจก ติดแอร์...เดี๋ยวนี้ไม่อยู่แล้ว ย้ายไปอีกอาคารหนึ่ง...

    องค์นี้ ไม่ใช่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แต่เป็นพระศรีอริยะเมตตรัย ซึ่งเป็นพระมหาโพธิสัตย์ที่มีบารมีมากที่สุดแล้ว ณ เวลานี้...กราบท่านได้อย่างสนิทใจครับ...

    ทำไมถึงสร้างขึ้นมาเป็นชุดทรงเครื่องแบบนี้?...
    ผมก็จอมขี้สงสัย...
    เวลาสงสัยแบบนี้ก็จะขอบารมีพระท่านเป็นสำคัญ แล้วไปกราบพระศรีอริยะเมตตรัย ที่สวรรค์ชั้นดุสิต...อันนี้ก็ขอให้ถือว่า โม้ หรือ มโนฯ ก็แล้วกันนะครับ...
    ชุดทรงของพระศรีอริยะเมตตรัย เป็นแบบเดียวกันกับในรูปนี้เลยครับ เพียงแต่ว่ากายขององค์ท่านเป็นแก้วใสเหลือบทอง สว่างมาก...แต่ว่าพระวรกายจะเล็กกว่า องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าอยู่ และรัศมีกายของฉัพรรณรังสี ยังไม่เต็มเหมือนของพระพุทธเจ้า...เวลาพิมพ์แบบนี้ ก็ขึ้นไปกราบพระองค์ท่านได้ทั้งสองพระองค์นะครับ...ชุดทรงเครื่องพระนิพพานนั้น จะแตกต่างออกไป ในบางส่วน...และองค์จริงของท่านนั้น สมสัดส่วนกว่านี้ พระเศียรไม่ใหญ่แบบนี้ จะออกเรียวๆหน่อย...

    แล้วพระองค์ก็ไม่ใช่ พระเจ้าจักรพรรดิ์ ครับ...
    ตามตำนานปราบท้าวชมพู ซึ่งเป็นที่มาของคำว่า จักรพรรดิ์นั้น ท่านทั้งหลายคงทราบกันดี...หรือแม้แต่คุณสมบัติและทรัพย์สมบัติของพระเจ้าจักรพรรดิ์มีอะไรบ้าง หลวงพ่อฤษีท่านก็เล่ามาละเอียดอยู่แล้ว ทุกท่านคงเคยอ่าน...

    มาถึงประเด็นของพระพุทธรูป ที่สร้างขึ้นมาทรงเครื่องอย่างที่หลวงตาม้า ท่านสร้าง ซึ่งผมไม่แน่ใจว่า เป็นความคิดเห็นหลวงตาม้า หรือเป็นความต้องการของลูกศิษย์...
    แต่ผมเข้าใจว่าเป็นลูกศิษย์ออกแบบมา แล้วมาขออนุมัติจากหลวงตาอีกทีนึง...

    หลวงตาม้าท่านเป็นพระที่มีเมตตามาก ท่านไม่ด่าใคร ไม่ว่าใคร ไม่เคยเห็นท่านโกรธใคร เห็นทุกทีท่านก็อารมณ์ดี ...ท่านถือคติว่า "คนดี ไม่ตีใคร"
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 7 พฤศจิกายน 2015
  7. raming2555

    raming2555 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 ธันวาคม 2012
    โพสต์:
    1,552
    ค่าพลัง:
    +19,665
    ผมได้คุยกับทั้ง หลวงตาม้า สอบถามเรื่องธรรมะ และได้คุยกับแม่ชีหนูนา อารมณ์ดี เป็นแม่ชีที่น่ารักดี รวมทั้งตุ๊เจ้าที่วัด ซึ่งก็คุยสนุกดีครับ...
    แต่...
    การจะเป็นพระภิกษุสงฆ์ในพระพุทธศาสนา จำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องรักษาพระวินัยให้เคร่งครัด...การจะคิดนึก ทำสิ่งใด ตามอำเภอใจนั้น...ทำไม่ได้ครับ...

    ยกตัวอย่างเช่น พระนอนในถ้ำ ร่วมกับชี สีกา อุบาสก แบบนี้ ต้องสังฆาฑิเสส....
    หรือการนั่งคุยกันอยู่ในที่ลับหูหรือลับตา สองต่อสอง แบบนี้ก็ผิดพระวินัย...
    คำตอบที่ตุ๊เจ้าตอบมาว่า หลวงตาท่านว่า พวกเรานี้คือพรหมด้วยกันทั้งหมด ดังนั้นอยู่ด้วยกันได้ ไม่เป็นไร อย่าไปถือมาก...เราเป็นพรหมๆๆๆ...
     
  8. raming2555

    raming2555 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 ธันวาคม 2012
    โพสต์:
    1,552
    ค่าพลัง:
    +19,665
    มาถึงเรื่องการสร้างพระ...
    ท่านดาบหัก เคยสังเกตไหมครับว่า...
    หลวงพ่อฤษี เวลาท่านจะสั่งให้ช่างปั้น สมเด็จองค์ปฐมฯ ซึ่งเวลานั้น ยังไม่เคยมีใครพูดถึงเรื่องของสมเด็จองค์ปฐมฯมาก่อน...

    หลวงพ่อฤษีท่านไม่ได้จินตนาการไปเองถึงรูปลักษณะที่จะปั้นขึ้นมา...
    แต่ว่าท่านถามองค์สมเด็จก่อน...และทรงมีพระดำรัสตรัสมาอย่างไร..หลวงพ่อก็ให้ทำตามอย่างนั้นครับ...

    หลวงปู่ดู่สร้างพระศรีอริยะเมตตรัย ก็แบบเดียวกัน ท่านไปเห็นมาแล้ว จึงได้ปั้นขึ้นมาเป็นแบบนี้ครับ...

    การสร้างพระพุทธรูป ซึ่งเป็นองค์แทนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า อันเป็นที่สุดแห่งสามโลกนั้น... ไม่ใช่เรื่องที่จะมาล้อเล่นกันสนุกสนานนะครับ ไม่ใช่คิดนึกจินตนาการแล้วเอา อะไรมาปะติด ปะต่อ ต่อเติม ตกแต่ง เป็นงิ้วเป็นลิเก...ทำไม่ได้นะครับ...

    ผู้ให้กำเนิดทางโลกผมคือ พ่อแม่...ใครเอารูปท่านมาจับตกแต่งแปลกๆประหลาดๆ ผมก็ไม่ค่อยจะชอบนะครับ...
    ในทางธรรม ผมถือเอาเองว่า ผู้ให้กำเนิดผมคือองค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า...ที่เป็นครูของพรหม เทวดา และมนุษย์ทั้งหลาย...
    พระองค์เป็นพระศาสดา ที่พวกเราต่างก็เคารพสูงสุด...
    ทรงถือผ้ากาสาวพัตร ตลอดพระชนม์ชีพ...

    เมื่อเสด็จดับขันธุ์เข้าสู่ปรินิพพานแล้วนั้น ครูบาอาจารย์ท่านได้เห็นว่า พระองค์ทรงเครื่องทรงเป็นพระวิสุทธิเทพ...ท่านจึงขออนุญาตจำลอง สร้างขึ้นมา ด้วยความเคารพ ..ไม่ได้จินตนาการนึกคิดเอาอย่างปุถุชนทั้งหลายคิดทำกันครับ...
     
  9. raming2555

    raming2555 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 ธันวาคม 2012
    โพสต์:
    1,552
    ค่าพลัง:
    +19,665
    ผมถามหลวงตาม้าเรื่องการภาวนา...
    ท่านว่าหลวงพ่อดู่ไม่ได้สอนท่านเรื่องภาวนา...
    หลวงพ่อดู่สอนท่านสร้างพระ และสวดบทสวดจักรพรรดิ์...
    และการขอรับพลังจากหลวงพ่อดู่มาแล้วสัพเพออกไป...
    ส่วนพลังที่รับมาและสัพเพฯออกไปนั้น จะมีพลังส่วนหนึ่งที่ตกค้างอยู่ที่เรา...

    ส่วนเรื่องการภาวนานั้น ต้องไปถามหลวงพี่สายหยุด หลวงพี่ลำใย(ซึ่งผมเรียกหลวงน้า)
    ซึ่งตรงนี้ไม่ได้มีปัญหาครับ...ท่านให้สวดมนต์วันละ5ครั้ง ทุกคนก็ไปสวด..ซึ่งผมก็เห็นว่าดี...

    เรื่องที่หลวงตาท่านปรารถนาพุทธภูมิ วิริยาธิกะนั้น ผมไม่ได้ไปก้าวล่วงท่าน...วันนั้นหลวงตาท่านบอกผมว่า ท่านบำเพ็ญบารมีแบบสบายๆ ไม่เครียด เพราะมีเวลาเยอะ พุทธภูมิวิริยาธิกะ 16 อสงไขย กับแสนมหากัปป์ มีเวลาอีกเยอะ ไม่ต้องรีบ เราทำแบบสบายๆ...ท่านว่ามาแบบนี้ครับ คิดว่าหลายท่านก็เคยได้ยิน...ซึ่งก็เป็นแนวทางของหลวงตาม้า อันนี้ก็งดวิจารณ์นะครับ...

    ส่วนตัวผมนี่ปรารถนานรกภูมิ เห็นว่าต้องทำความเพียรให้มากยิ่งกว่าคำว่ามาก คือความเพียรภาษาบาลีเรียกว่า วิริยะ เหมือนกัน...ไม่สบาย หรือจะว่า ลำบากมากถึงมากที่สุดก็ว่าได้...ต้องรู้ทุกอย่าง ทำได้ทุกอย่าง ขึ้นชื่อว่าไม่รู้ นี่ต้องไม่มี...ซึ่งแม้ว่าจะคนละแนวทาง แตกต่างกัน แต่ผมก็ไม่ได้ไปวิพากษ์วิจารณ์ใดๆครับ สุดแล้วแต่ปฏิปทาของแต่ละท่าน...

    .................................

    คือ ผมอาจจะเป็นคนหัวโบราณก็ได้นะครับ...
    ข้อวัตรปฏิบัติใดๆก็ตาม ผมยึดถือเอาแนวทางครูบาอาจารย์ ผม Advance ไม่เป็น...
    ครูบาอาจารย์ผมท่านก็สอนตาม อาจารย์ของท่าน และยึดเอาคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นหลัก...

    สมัยปัจจุบันนี้ ล้ำหน้าไปมากแล้ว ผมคงตามไม่ทัน หรือไม่อาจจะตามได้ ก็ไม่แน่ใจ
    ผมมักนึกถึงเรื่อง กลองของพระเจ้าลิจฉวี อยู่บ่อยๆ เมื่อเห็นคำสอนแปลกๆ พระพุทธรูปแปลกๆ วัตถุมงคลแบบแปลกๆ ฯลฯ

    องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในใจผมนั้นยังเป็นองค์เดิม หลวงพ่อฤษี หลวงพ่อปาน ก็ยังเป็นองค์เดิม กรรมฐาน40 สติปัฏฐาน4 ที่ผมเคยฝึกมาอย่างไร ผมก็ฝึกอยู่เหมือนเดิม แต่ว่าโลกมันหมุนเวียนเปลี่ยนไปไกลมากแล้วครับ...
    ในไม่ช้า ผมคงต้องไปอยู่ป่า เพราะยังยึดมั่นถือมั่น ในสิ่งเดิมๆ ไม่รู้จักปล่อยจักวาง...

    ผมเห็นพระทำผิดวินัย ผมยังตำหนิ และถ้าผมเป็นผู้มีอำนาจ ผมก็คิดว่าผมจะสั่งลงโทษครับ...ผมเห็นวัตรปฏิบัติที่ผิดไปจากที่ครูบาอาจารย์สอนไว้ ผมก็ไม่ชอบใจว่าไม่รักษาขนบประเพณีของพ่อแม่ครูบาอาจารย์ ทำอย่างนี้ได้ยังไง...ท่านสู้อุตส่าห์ลำบากลำบน ฝึกฝน จนสำเร็จแล้วเสียสละเวลาและความสุข มาบัญญัติสั่งสอนเรา...

    ผมจึงยังติดอยู่ในพระพุทธเจ้าแบบเดิมๆ...พระธรรมแบบเดิมๆ...พระสงฆ์แบบเดิมๆอยู่ครับ...ผมยังปล่อยวางไม่ได้...

    ..............................................................
    สุดท้ายนี้ ผมก็ขอขมากับผู้สร้างผู้ร่วมสร้างพระพุทธรูป สมเด็จองค์ปฐมบรมจักรพรรดิ์ ทุกๆท่านนะครับ...ผมจะไม่เอามาวิพากษ์วิจารณ์ ถาวรวัตถุที่หลวงตาม้าและคณะได้ร่วมกันสร้างขึ้นอีกต่อไป...หรือแม้แต่พระพุทธรูปที่มี9เศียร เศรษฐีนวโกฎิ...ร่ำรวยเงินทอง...และอื่นๆในภายภาคหน้า...เป็นอันว่าผมขอขมาท่านทั้งหลายทั้งหมด...และจะไม่ยุ่งเกี่ยวด้วยอีก...

    ขอบคุณท่านดาบหัก ที่แนะนำตักเตือนมานะครับ...
    ที่ขอขมานี่ไม่ใช่น้อยใจ แต่ว่าเข้าใจ...
    ขอบคุณและสวัสดี...
     
  10. ราคุเรียวซาย

    ราคุเรียวซาย เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 มีนาคม 2009
    โพสต์:
    2,940
    ค่าพลัง:
    +8,517
    อืม

    หนูได้ไป ที่วัดถ้ำเมืองนะ

    ได้มีโอกาส
    กราบพระในถ้ำใหญ่ที่เป็นตึก ๕ ชั้น บรรยากาศ เย็น ศักดิ์ศิทธิ์ มากค่ะ
    มีพระสงฆ์ แมชี ฆราวาส นั่งสวดมนต์ตามจุดต่างๆ แต่ไม่ได้แบ่งแยกกัน นั่งคละกันไป แปลกตาค่ะ

    กราบหลวงตาม้า และทำสังฆทาน กับท่านด้วย
    ท่านกำลังสนทนาธรรม เรื่อง ภัยพิบัติ ใน กทม. ที่จะเกิดต่อไป กับชาว กรุง จำนวนนึง

    ท่านเมตตามอบประคำและพระผงจักรพรรดิ์ให้ คนละเส้น ค่ะ
    พอ กราบเสร็จ ออกมา


    ก็มี โยมผู้ชาย ท่าทางสุภาพ กวักมือเรียก คณะ ของเรา ๔ คน มี หญิง ๓ ชายหนึ่ง
    ให้เข้าไหว้พระสงฆ์รูปนึง(มีรอยสักสะพรึง) ซึ่งอยู่ ในตึกด้านหน้าที่ติดกับตึก ๕ ชั้นในถ้ำ

    ท่านเอาพระ และสีผึ้งดอกทองผัวรักเมียหลง มาให้บูชา พร้อมตะกรุด สำหรับเมตตามหานิยม ท่านว่าดีมาก
    และเป็นของโยมผู้ชาย แต่เห็นนใจถ้าเราอยากได้ ให้เราเอาไปก่อนก็ได้ โดยพูดเป็นนัยๆว่าทำยาก ผ่านพิธีกรรมซับซ้อน ต้องบูชา ปัจจัย เท่าไรก็ได้ สัก พัน ๒ พันก็ได้

    เราพยายามขอตัวกลับ บอกว่าถ้าเป็นของโยมผู้นั้นก็ เก็บไว้เถิดค่า ถ้าดีมากอย่างนั้นก็เก็บไว้เองเถิดค่า

    ท่านก็ไม่ย่อท้อ ยัดเยียดสีผึ้งว่านดอกทองมหาเสน่ห์รัญจวนราคะมาให้(สรรพคุณทางกามที่บรรยายมาเป็นนัยๆนั้น เป็นที่น่าพรั่นพรึง) คนละตลับ ๙๙ บาท แล้วเราจึง ปลีกตัวออกมาได้(ไม่ได้ใช้ค่ะ ว่าจะทิ้งในน้ำจะคอยดูว่าปลาแพร่พันธ์เป็นอย่างไร)



    ในใจหลากจิต คิดสงสัย ว่างท่านหลวงตาม้าจะรู้ไหมว่า มีพระสงฆ์เดรัจฉานวิชา มาปะปนอยู่

    แล้วถ้าหลวงตาม้าทราบ ท่านจะจัดการอย่างไร
    จะวิ่งขึ้นไปฟ้องชั้น ๕ แต่ท่านก็แลดูเหน็ดเหนื่อยเพลียจาก
    การปฏิบัติศาสนกิจจากภายนอกมา

    หนูไปเมื่อ ๓ เดือนก่อนไม่รู้ตอนนี้ พระรูปนั้น จะยังอยู่ รึไม่ ก็ไม่แน่ใจนะคะ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 8 พฤศจิกายน 2015
  11. ราคุเรียวซาย

    ราคุเรียวซาย เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 มีนาคม 2009
    โพสต์:
    2,940
    ค่าพลัง:
    +8,517
    ไม่เหมือน กับตอนที่ไปไหว้พระครูบาเปลี่ยน

    แม้ผู้คน ทั้งพระสงฆ์ แม่ชี ฆราวาส ไปกราบท่าน เนืองแน่น
    ไวยาจักร ก็จัดให้แยกที่นั่งไปเป็นส่วนๆ

    แม้ พระครูบา ท่าน ไม่ได้เทศน์ในตอนเย็น ที่หนูไปกราบท่าน
    แต่รู้สึกถึงความเมตตา ของท่าน บรรยากาศศักดิ์ศิทธิ์ คนที่ไปไหว้กราบท่าน ให้เป็นศิริมงคลชีวิต ก็ต่างมีความ เย็นใจ กลับไปค่
     
  12. ราคุเรียวซาย

    ราคุเรียวซาย เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 มีนาคม 2009
    โพสต์:
    2,940
    ค่าพลัง:
    +8,517
    ขอบคุณที่พี่พอเข้าใจค่ะ

    ที่พวกเราไปทำบุญวัดธรรมเมืองนะ ก็ด้วยตั้งใจ ไปทำบุญ กราบพระ นั้นเอง
    มิได้เจตนาไปจับผิด แต่เห็นว่า ผิดปกติ เพราะมันมีอยู่จริง

    เพราะวัดธรรมเมืองนะ เป็นสถานที่สำคัญ มีความศักดิ์ศิทธิ์

    ทั้งมนุษย์และเทวดา ไปกราบพระปฏิบัติธรรมกันมากๆ

    พระรูปที่อยู่ด้านตึกหน้า นั้น ดูออกว่าเป็นพระอาคันตุกะ ค่ะ

    พวกเราไปเพียงหนเดียว แล้วพบ
    จึงสงสัยว่า บุคลากรในวัดที่อยู่ประจำ อาจเคยได้พบเช่นเดียวกับเรา รึไม่ น่ะค่ะ

    อาจหลงหูหลงตา ไปบ้าง เป็นที่เข้าใจได้ค่ะ

    แต่เราเป็นผู้มีใจรักในพระรัตนตรัย พระพุทธ พระธรรมพระสงฆ์

    ที่ปรารภมา นี้ เพราะเห็นว่า ท่านพี่นักรบเงา ได้มีโอกาสไปวัดธรรมเมืองนะ อาจช่วย กราบเรียนเพื่อ พิจารณา ได้บ้างเท่านั้นเองค่ะ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 9 พฤศจิกายน 2015
  13. raming2555

    raming2555 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 ธันวาคม 2012
    โพสต์:
    1,552
    ค่าพลัง:
    +19,665
    ทำไมพระพุทธศาสนา จึงเสื่อมไปจากอินเดีย พระราชวิสุทธิกวี เรียบเรียง
    ทำไมพระพุทธศาสนา จึงเสื่อมไปจากอินเดีย พระราชวิสุทธิกวี เรียบเรียง

    ทำไมพระพุทธศาสนาจึงเสื่อมไปในประเทศอินเดีย โพสต์โดยชาวมุสลิม นำมาให้อ่านและพิจารณากันครับ
     
  14. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    58,960
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +35,147
    .............................
    It' s say"Forbidden"
     
  15. raming2555

    raming2555 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 ธันวาคม 2012
    โพสต์:
    1,552
    ค่าพลัง:
    +19,665
    ผมคิดใคร่ครวญ และหาหนทาง ที่จะจรรโลงพระพุทธศาสนา ให้เจริญรุ่งเรือง ในด้านการปฏิบัติธรรม ว่าจะมีทางไหนได้บ้าง? ทำอย่างไรให้ชาวต่างชาติเข้าถึงธรรมได้ง่าย...
    ถ้าผู้คนต่างพากันประพฤติปฏิบัติธรรมกันดีแล้ว ได้เห็นพระจากภายในจิตของตน...คือ พุทธะ...
    เมื่อนั้นพระพุทธศาสนาจะไม่เสื่อมลงไป...

    ผมเริ่มจากชักชวนให้คนหันมาสวดมนต์กันให้ได้วันละ 1 ชั่วโมงก่อน...
    คิดประดิษฐ์เก้าอี้สวดมนต์ให้ เพื่อจะได้นั่งสวดได้นานๆ...
    สวดมนต์ไปแล้ว ศีลก็จะมีตามมา...สมาธิก็จะมีตามมา...
    ปัญญาจะค่อยๆมีตามมา...
    ความสงบ ระงับ จะค่อยมีตามมา...

    จึงจะได้มีพื้นฐานในการภาวนา...
    เมื่อนั้นแล้วจะได้เจริญสติและสมาธิควบคู่กันไป ได้อย่างไม่ยากนัก...

    ระหว่างที่ยังอยู่เมืองไทย จะพยายามทำให้เต็มกำลัง...
    ทำได้เท่าไรก็เท่านั้น...
    ต่อจากนั้นไป คงได้ไปเผยแพร่ในต่างประเทศ...
    ไม่ใช่กลัวการติดเชื้อในกระแสโลหิตหรอกนะ...
    แต่ถึงเวลามันก็ต้องเผ่นแหละ...
    เวลาเรามันเหลือน้อยลงทุกที...
    แข่งกับลมหายใจพี่ต้อยอยู่เลยนะเนี่ย...
    ใครจะขาดใจก่อนกัน...
    (deejai)
     
  16. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    58,960
    กระทู้เรื่องเด่น:
    170
    ค่าพลัง:
    +35,147
    ..........................
    แล้วคนขาดชนะหรือแพ้ ถ้าขาดก่อนชนะจะให้รางวัลอย่างไรคะ ตอนนี้ก็พยายามจับลมหายใจอยู่ บางทีมันเบาจนหาไม่เจอ ถ้าจับได้เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้นแหละcatt3
    ขอให้เจริญในธรรมทุกๆท่านค่ะ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 16 พฤศจิกายน 2015
  17. จริงจังนะ

    จริงจังนะ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 มีนาคม 2013
    โพสต์:
    2,652
    ค่าพลัง:
    +11,536
    ป๊ะป๋าจะยอมติดเชื้อในกระแสโลหิตตายที่เมืองไทย
    หรือไปโดนระเบิดไส้แตกตายที่ต่างประเทศก็เลือกเอาน๊าา อิอิอิ
     
  18. raming2555

    raming2555 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 ธันวาคม 2012
    โพสต์:
    1,552
    ค่าพลัง:
    +19,665

    ใครขาดก่อนชนะครับพี่...ได้ไปอยู่กับหลวงพ่อก่อน...

    ส่วนผมนี่ อาจจะต้องติดเชื้อในกระแสโลหิต เพราะถูกป้ายด้วยฮอร์โมนไข่ของยายเล่น เสร็จแล้วโดนยุงไลค์กัด ไปกำเริบที่ตะวันออกกลาง รับเชื้อเมอร์สเข้าไป จากการไปเดินห้าง LULU แล้วโดนระเบิดพลีชีพที่หน้าห้างฯ ตาย...สมใจนึก คุณจริงจังนะ...

    แต่ว่าผมล้อเล่นอ่ะนิ...


    วันที่ 22 พฤศจิกายนนี้ จะถวายเบาะพับสำหรับนั่งสมาธิ ที่วัดท่าซุง 51 ชุดนะครับ...จบที่นี่เป็นที่สุดท้ายแล้ว...คงได้ปิดโครงการเสียที...ใครสบายใจก็แวะไปร่วมถวายได้นะครับ
     
  19. ล้อเล่น

    ล้อเล่น เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 ตุลาคม 2007
    โพสต์:
    4,924
    ค่าพลัง:
    +18,649


    แก้ข่าวคะ:':)'( แค่ป้ายเองยังไม่เข้าในกระแสโลหิตดอกคะ เออถ้าถูกจับกรอกจิ............มิตอบโต้เลยเจ้าคะ..:cool::cool:
     
  20. บ้องแบ้ว

    บ้องแบ้ว นางฟ้าผู้น่ารัก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 พฤษภาคม 2010
    โพสต์:
    3,293
    กระทู้เรื่องเด่น:
    105
    ค่าพลัง:
    +5,301
    ทำไมในกระทู้อภิญญาชอบมีคนเถียงกัน เขาถกปรัชญา หรือ ทะเลาะกัน ...กันแน่ สงสัยๆ
     

แชร์หน้านี้

Loading...